โบลองเนส มื้อพิเศษที่ทัชใจ
STORY BY | 20.12.2022

299 VIEWS
PIN

image alternate text
image alternate text
เมื่อเพื่อนท้องหิว การเข้าครัวทำอาหารหม้อใหญ่ตามสูตรเชฟน่านจึงเกิดขึ้น!

ถ้ามีคนถามว่า “ชอบทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่” เอาจริงๆ ก็จำไม่ได้หรอกนะ  แต่ภาพที่แว้บเข้ามาในหัวแบบเร็วๆ ก็คงตั้งแต่เด็ก อนุบาล จำความได้ก็คือเข้าครัว ไปจ่ายตลาดกับแม่แล้วละ  

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่บ้านจะจัดงานเลี้ยงกันในครอบครัว และมีการทำบุญบ้าน กิจวัตรที่ต้องทำก็คือไปตลาดเช้าประมาณตี 4 ตี 5 เพื่อไปซื้อของมาเตรียมทำอาหารตักบาตร และเลี้ยงญาติพี่น้องหลายสิบครอบครัว เราสนุกที่ได้ออกไปเที่ยวเล่นในตลาดแบบนั้นมากๆ เลย  นี่ก็คงเป็นความทรงจำที่ติดอยู่กับเรามาจนโต

ก็นั่นแหละค่ะ มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความชอบทำอาหาร บวกกับความชอบดูรายการทีวีสอนทำอาหาร จนมีความคิดอยากจะเป็นเชฟ ทำอาหารกับเขาบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นเชฟนะคะ เพราะไม่ขยันทำอาหารก็เลยได้แต่เป็นผู้เสพสื่อเกี่ยวกับอาหารซะมากกว่า

แต่เมื่อเวลาคุณไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เพื่อนๆ จะปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณขึ้นมาเองค่ะ เพราะจาก 10 คน จะมีแค่ 1 -2 คนเท่านั้นที่ทำอาหาร แล้วเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องรับผิดชอบดูแลอาหารการกินของเพื่อนๆ อยู่เป็นประจำ การทำอาหารของเราก็เริ่มต้นจากเมนูง่ายๆ ของทอด หรือสุกี้ หรือยำต่างๆ แต่พอได้มารู้จักกับเพจ KRUA.CO หรือ Sangdad ในชื่อเก่า รายการ CIY ของเชฟน่าน และสูตรอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ ทำให้เราเองจากคนทำอาหารไทยธรรมดาๆ ได้ลองทำอาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น อาหารเกาหลี ได้เก่งมากขึ้น (อันนี้คิดเองนะคะว่าตัวเองเก่งขึ้น 5555) จนตอนนี้บอกได้เลยว่าเราก็เป็นแฟนตัวยงของช่องนี้ ตั้งตนเองว่าเป็นแฟนมงกุฎเพชรก็ว่าได้ เพราะทำเมนูไหนก็อร่อยจริงๆ ค่ะ

จนวันหนึ่งเป็นวันนัดรวมกลุ่มที่บ้านเพื่อน เราก็อยากลองทำเมนู ‘สปาเกตตี้โบลองเนส’ จากสูตรของเชฟน่านรายการ CIY บวกกับสูตรของเชฟแบค เชฟชื่อดังของเกาหลี ที่ได้ดูในรายการวาไรตี้สอนทำอาหารของเขา รู้ตั้งแต่ก่อนทำแล้วว่าวัตถุดิบเยอะมาก ทั้งเนื้อ ผัก สมุนไพรต่างๆ คงไม่ง่ายหรอก แต่ก็น่าจะทำได้ ซึ่งเมนูนี้เราไม่เคยทำมาก่อนเลย งานนี้เป็นการออกงานครั้งแรก ที่เลือกทำเมนูนี้เพราะคิดว่าถ้าเอาไปบ้านเพื่อนแล้วสามารถตักกินได้ง่าย เติมเส้นได้ไม่อั้น น่าจะดี เพราะเพื่อนๆ เป็นแก๊งชายนักสู้กินจุมาก  

เราออกไปซื้อวัตถุดิบโดยมีโพยสูตรของเชฟน่านและเชฟแบคประกอบกัน สูตรนี้ตั้งต้นไว้ว่าจะใช้เนื้อวัวมากกว่าเนื้อหมู และจะใช้มะเขือเทศสดในการทำซอสแทนที่จะใช้แบบกระป๋องหรือมะเขือเทศเข้มข้น อยากหาทำโบลองเนสที่ใช้ของสดเกือบทั้งหมด ในใจก็แอบคิดเหมือนกันว่าเพื่อนจะชอบไหม เพราะกลัวมันจะจืดจาง ไม่เข้มข้นเหมือนตามร้านอาหารรึเปล่า แต่เราก็ใส่ของเครื่องเคราต่างๆ จัดเต็มมากเลยนะ ก็คิดว่าเพื่อนก็คงจะชอบแหละ ให้กำลังใจตัวเองไว้ก่อน  

ซึ่งเราเลือกที่จะให้สัดส่วนของเนื้อวัวเยอะกว่าเนื้อหมู (60/40)  คหสต. จะช่วยให้รสชาติของซอสโบลองเนสเข้มข้นได้ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำซุปเนื้อ หรือน้ำซุปหมู และเราก็ไม่อยากจ่ายเงินเพื่อทำซุปเหล่านั้นเพิ่ม เลยคิดว่าจะใช้เครื่องงต้มซุปแบบเกาหลี ที่เป็นปลาแห้งสาหร่ายคอมบุ และเห็ดหอมแห้งที่มีอยู่แล้วแทน ซึ่งจะมีรสชาติที่ค่อนข้างอ่อนแต่ให้ความกลมกล่อม

ในส่วนของผักที่สำคัญในส่วนผสมโบลองเนส มะเขือเทศ แคร์รอต เซเลอรี่ (ขึ้นช่ายฝรั่ง) หอมใหญ่ ช่วยเสริมรสชาติความหวาน เนื้อสัมผัสให้กับซอส ความยากของเมนูนี้ก็คือการเตรียมพวกผักนี่ละค่ะ การจะมานั่งเตรียมผัก หั่นผักปริมาณที่เยอะมากๆ คงจะเสียพลังงานมาก และแล้วเชฟแบคก็เหมือนสวรรค์มาโปรดบอกเทคนิค โดยการใช้เครื่องสกัดเย็นผักผลไม้ที่แยกกากและน้ำ มันเป็นอะไรที่ว้าวมาก เพราะเราสามารถใส่มะเขือเทศได้ทั้งลูก แคร์รอตหั่นท่อนนิดหน่อย เซเลอรี่ก็หั่นท่อนๆ จับทุกอย่างลงเครื่องได้อย่างง่ายดาย เราใช้วิธีนี้เพราะที่บ้านมีเครื่องสกัดเย็นแบบนี้

ส่วนของเนื้อผักก็เอาไปผัดรวมกับเนื้อ ส่วนน้ำผักก็เป็นน้ำซุปไว้เคี่ยวอีกที หอมใหญ่เราก็หั่นเป็นเต๋า แล้วใส่ที่สับผักให้ละเอียดแบบดึงมือช่วยให้มันเล็กลง ถามว่าตรงนี้ช่วยทุนแรงไหม ก็คิดว่าไม่ แต่ก็ช่วยให้ไม่แสบตาได้จ้า  

แค่เตรียมส่วนผักส่วนผสมก็แทบจะหมดแรง ต้องพักหายใจเฮือกใหญ่แล้วไปต่อกับการผัดเครื่องเคราต่างๆ ในส่วนนี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เตรียมเครื่องปรุงตามสูตรของ KRUA.CO แต่ๆๆๆ ยังมีเครื่องปรุงอีกหนึ่งอย่างที่ต้องมี แต่เราไม่มีและไม่ยอมซื้อมาด้วยก็คือวูสเตอร์ซอส เพราะไม่รู้ว่าถ้าซื้อมาแล้วจะทำอะไรกินอีก งานมโนรสชาติและการเสิร์ช google ว่าใช้อะไรแทนได้บ้างเลยต้องมา มาเจอที่บอกว่า ‘ซีอิ๊วญี่ปุ่น’ แทนได้ก็ จัดไปตามนั้นเลยค่ะ และส่วนสำคัญอีกอย่างที่ทำให้โบลองเนสกลมกล่อมก็คงเป็นเครื่องเทศ สมุนไพรต่างๆ ที่ให้กลิ่นหอม มีอะไรก็ใส่ๆ มันลงไป ไม่ได้ตามสูตรเป๊ะขนาดนั้น ทั้งกระเทียม ใบกระวาน ออริกาโนแห้ง โรสแมรีแห้ง   เราคิดเองว่าใส่เครื่องเยอะก็จะอร่อย หอมๆ ช่วงโปรยสมุนไพรแห้งลงไปในหม้อ ก็ร่ายเวทมนตร์ “ให้โบลองเนสหม้อนี้อร่อยด้วยเถิด” (สร้างกำลังใจให้ตัวเองไปเรื่อยๆ)  แล้วก็ปล่อยให้ทุกอย่างเคี่ยวจนได้ที่ ผักและเนื้อเริ่มสุกนุ่ม ก็ถึงเวลาชิมแล้วจ้ะ

โบลองเนสหม้อแรกของฉัน ไม่เคยทำเลยจะออกมาเป็นยังไงนะ ตักคำแรกขึ้นมาชิม ดวงตาถึงกับเบิกกว้าง ตกตะลึงกับรสชาติที่แสนจะจืดจางกว่าที่คิดไว้ “อ่า!! เราคงมือเบาไป” ใส่เครื่องปรุงแบบไม่ได้ตวงอะไรเลย เริ่มร่ายมนตร์ใส่เครื่องปรุงอีกครั้ง ก็คือเพิ่มเกลือ ซีอิ๊วญี่ปุ่น และซอสมะเขือเทศสำเร็จรูป เพราะรู้สึกว่ามะเขือเทศสดที่ซื้อมาน่าจะน้อยไป ไม่พอในการให้รสชาติเข้มข้น และเติมน้ำซุปมากเกินไป 

ก็นี่ครั้งแรกอ่ะ จะให้อร่อยเพอร์เฟคเลยก็ไม่ใช่ ตั้งไฟให้เข้าที่อีกรอบ คราวนี้คาดหวังมากขึ้นแล้วว่าอร่อยแน่นอน แล้วรสชาติก็ค่อนข้างเป็นที่พอใจ เข้มข้นมากพอที่จะกินกับเส้นสปาเกตตี้ได้แล้ว และเชฟน่านได้กล่าวไว้ว่า “ให้ใส่เนยสดเป็นการปิดท้าย” เท่านี้ก็ปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ

โบลองเนสซอสเนื้อหม้อนี้ยังไม่จบ เราผู้ชอบกินเห็ด และในตอนแรกคิดว่าจะใส่เห็ดแชมปิญองลงไปในซอสด้วย ก็เปลี่ยนใจมาทำเห็ดแชมปิญองผัดเนย ไว้เป็น Topping แยกน่าจะดีกว่า ซึ่งก็ช่วยให้สปาเกตตี้จานนี้สำหรับเรามันเลิศมากๆ จนอยากจะมาบอกต่อถึงความสำเร็จกับสปาเกตตี้โบลองเนสหม้อนี้

จากเมนูสปาเกตตี้โบลองเนสอาหารที่ทำเพื่อลองฝีมือตัวเอง และให้เพื่อนๆ ได้กินในวันที่นัดเจอกัน ได้กลายเป็นจานพิเศษมากขึ้น เพราะเพื่อนคนหนึ่งของเราเขากินแล้วทำให้คิดถึงโบลองเนสของพ่อที่เคยทำให้กินเลย ซึ่งพ่อของเพื่อนเคยเป็นเชฟร้านอาหารอิตาลี แล้วเขาก็จะทำซอสโบลองเนสจากมะเขือเทศสด ทำให้มีรสชาติคล้ายๆ กับที่เราทำให้กินวันนี้  

เราฟังแล้วรู้สึกดีมากๆ เลย ดีใจอยู่คนเดียว ตื้นตันใจอยู่ข้างใน มันไม่ได้หมายความว่า “ฉันทำอาหารอร่อยเทียบเท่าเชฟร้านอาหารอิตาลี” อะไรเลย แต่เราทำให้เพื่อนคนหนึ่งอบอุ่นหัวใจขึ้นมาได้อีกครั้ง ได้กินอาหารที่เหมือนที่พ่อของเขาเคยทำให้กิน แม้ในวันที่พ่อไม่อยู่แล้ว     

ผู้เขียน หนูหริ่ง 
ลูกหลานชาวอีสาน ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับอาหาร จ่ายตลาด ทำอาหาร ดูหนัง ซีรี่ส์ รายการสอนทำอาหาร ซื้อเครื่องครัว แต่ไม่ชอบการล้างจานค่ะ!!  

กราฟิกโดย ทิมทอง ม่วงแสง

อ่านบทความเพิ่มเติม

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS