เชื่อว่าชาวครัวที่ชอบทำอาหารต้องมีแหล่งซื้อวัตถุดิบดีๆ ในดวงใจกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตลาดสดแถวบ้านหรือซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโด แผงผักเล็กๆ ตามซอกซอยไปจนถึงรถพุ่มพวง (ตลาดนัดเคลื่อนที่) ซึ่งเคยสงสัยกันไหมคะว่าร้านพวกนี้เขารับวัตถุดิบมาจากไหน ชาวสวน? หรือตลาดขายส่ง?
ใช่ค่ะ ‘ตลาดสี่มุมเมือง’ คือ 1 ในคำตอบนั้น อาจจะไม่ถึงกับใช้คำว่าทุกร้านที่เราซื้อผักผลไม้กินมาจากตลาดสี่มุมเมืองทั้งหมด แต่สามารถใช้คำว่าส่วนใหญ่ที่เราบริโภคกันในกรุงเทพฯ มาจากตลาดสี่มุมเมืองได้ เพราะตลาดสี่มุมเมืองเป็นตลาดขายส่งขนาดใหญ่ที่เปิดมากว่า 40 ปี เป็นตลาดที่เชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำ (เกษตรกร) ไปจนถึงปลายน้ำ นั่นก็คือผู้บริโภคอย่างเราๆ
แล้วทำไมเราถึงต้องซื้อวัตถุดิบจากตลาดสี่มุมเมือง?
เนื่องจากตลาดสี่มุมเมืองเปิด 24 ชั่วโมง จึงมีการหมุนเวียนวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา เราสามารถเลือกผักที่สดใหม่ได้ตลอดวัน ความที่ตลาดสี่มุมเมืองมีขนาดที่ใหญ่มาก เลยมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจน มีทั้งโซนผัก ของสด เครื่องปรุง 12 อาคาร, โซนผลไม้ 7 อาคาร, ตลาดดอกไม้และสังฆภัณฑ์, ลานคอนเทนเนอร์ โซนอาคารห้องเย็น และที่ตลาดสี่มุมเมืองยังมีฝ่ายตรวจสอบสารพิษภายใต้มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุ่มตรวจสินค้าที่จำหน่ายในตลาดทุกวัน ที่แน่ๆ ราคาวัตถุดิบในตลาดถูกมากกกกก สายตุนวัตถุดิบห้ามพลาด

“แม่บ้านจ่ายตลาดอย่างเราสามารถเดินตลาดสี่มุมเมืองได้ไหม ไม่ใช่ว่าต้องซื้อ 5-10 กก. ขึ้นไปเหรอ?” แม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดนัดขายส่ง ตลาดสี่มุมเมืองก็ปรับตัวให้เข้ากับผู้บริโภค โดยมีผักผลไม้หรือวัตถุดิบบางชนิดสามารถซื้อปลีกได้ แต่ต้องเข้าใจว่าตลาดสี่มุมเมืองเน้นขายส่งการซื้อปลีกอาจมีราคาสูงกว่าการซื้อในปริมาณมากเล็กน้อย

วิธีเดินตลาดสี่มุมเมือง
ต้องบอกก่อนว่าความใหญ่โตทำให้ที่นี่เป็นตลาดที่ไม่สามารถเดินไปซื้อของไปเรื่อยๆ ถ้าอยากได้ฟีลชอปปิ้งเพลินๆ อาจจะยังน้า… การเดินตลาดสี่มุมเมืองควรจะมีแพลนว่าเราอยากได้ผัก ผลไม้ หรือวัตถุดิบอะไรบ้าง อย่างที่กล่าวข้างต้นว่ามีโซนแบ่งชัดเจน การเดินทางจากโซนผักไปโซนผลไม้ไม่สามารถเดินเท้าได้ (ถ้าจะเดินบอกเลยว่าเหนื่อยเอาเรื่อง) ควรมีลิสต์ของที่ซื้อไปก่อน ถ้าใช้บริการรถยนต์สามารถจอดรถที่โซนนั้นๆ ลงไปเลือกซื้อผักแล้วถือกลับไปที่รถเอง หรือจะใช้บริการส่งถึงลานจอดรถก็ได้ ตลาดเขามีบริการให้ฟรี ใครมาด้วยรถจักรยานยนต์อันนี้จะง่ายหน่อย ขับเข้าไปในตลาดได้เลยค่ะ บรื้นๆ แล้วก็จิ้มๆ ของที่ต้องการได้เลย
ข้อควรระวัง สำหรับคนที่เดินในตลาดให้ระวังรถจักรยานยนต์ด้วยนะคะ ฮ่าๆ
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาตลาดสี่มุมเมือง

โซนตลาดผักพื้นบ้าน/ผักคัดบรรจุ เป็นตลาดที่จำหน่ายผักและวัตถุดิบอาหารพื้นบ้าน มีตั้งแต่ผักป่า ผักบ้าน แมลง หรือเนื้อสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบอาหารพื้นบ้าน เช่น ไข่มดแดง/แม่เป้ง(มีตลอด) หอยนา หอยเชอร์รี หนังควาย ไข่ผำ เห็ดเผาะ แมงดา จิ้งหรีด โดยเฉพาะสะตอ ใครที่บ่นว่าตลาดแถวบ้านไม่มีสะตอกินเลยมาเลยค่า…ตลาดสี่มุมเมือง มีทั้งแบบแพ็คแบบฝัก(ราคาขึ้น-ลง) หรือจะเป็นมะกอก มะเขือส้ม มะเขือตอแหล เครื่องส้มตงส้มตำที่แพ็คพร้อมทำก็มี มียันกระทั่งของดอง หน่อไม้ดองและผักกาดดองทั้งแบบเส้น แบบชิ้นมากมายให้เลือกสรร

เจอวัตถุดิบหายาก (ในกรุงเทพฯ) อย่าง ‘เห็ดแครง’ สอบถามจากเพื่อนชาวใต้เล่าว่าเห็ดแครงมักจะเกิดบริเวณขอนไม้ต้นยางพาราที่ล้ม (เน่าเปื่อย) หลังฝนตกเห็ดจะขึ้นเยอะในสภาพอากาศที่ชื้น ก็สามารถเก็บเห็ดแครงมาแกง นิยมทำเป็นแกงกะทิหรือแกงเผ็ดใต้


โซนตลาดผักปรุงรส ได้ยินครั้งแรกอาจจะงงๆ ผักปรุงรสคือผักที่ให้กลิ่นและรสอย่างเช่น มะนาว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกทุกชนิด (พริกจินดา พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู พริกหนุ่ม) กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ ขิง ขมิ้น มะเขือเทศ (หลายชนิด) โซนนี้เดินเข้าไปแล้วสีสันสวยงามมากเพราะมีทั้งแดงเขียวเหลืองที่ใหม่ๆ สดๆ มีขายทั้งแบบแพ็คเล็กสำหรับเมนูผัดฉ่า แบบปลีกและส่ง

โซนผักทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นผักที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว พวกต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง ใบสะระแหน่ ใบเตย แตงกวา หัวไชเท้า เอาเป็นว่าผักทั่วไปที่เรากินๆ กันส่วนใหญ่จะอยู่โซนนี้ แต่ที่ตลาดจะไม่ได้กำขายเป็น 5 บาท 10 บาท เขาจะขายกำใหญ่ 1 กิโลฯ สำหรับใครที่อยากได้ผักชีต้นหอมที่กำเล็กๆ แนะนำอาจจะซื้อแถวบ้านน่าจะคุ้มกว่า แต่สำหรับใครที่ครอบครัวใหญ่ใช้เยอะ และมีวิธีเก็บที่ยืดอายุผักได้ก็สามารถซื้อตุนได้เลยเพราะราคาถูกม้ากกกกก

โซนพืชไร่ อันนี้ต้องบอกว่าอาจจะเหมาะกับพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้น เพราะโซนนี้ส่วนใหญ่จะขายยกถุง (5-10 กิโลฯ/1ถุง) จะมีพวกเผือก มันสำปะหลังพันธุ์ 5 นาที มันม่วง มีถั่วลิสงต้มด้วยอันนี้อร่อย แวะไปอย่าลืมซื้อมากินซัก 1 กิโลฯนะ แกะกินเพลินๆ แป๊บเดียวหมด


โซนตลาดผลไม้ จะยาวติดกันเป็นแถบ มีทั้งโซนที่เป็นผลไม้รวมและแบบแยกประเภทเช่น ส้ม มะม่วง แตงโม สับปะรด ขนุน โซนนี้จะมีร้านน้ำช่อดอกมะพร้าวอร่อยมากกก หวาน เย็นสดชื่นใครที่เดินตลาดร้อนๆ ไปตำกันได้ และไฮไลท์คือตลาดทุเรียน (แต่เสียใจที่ตอนไปไม่ใช่หน้าทุเรียน) แอบกระซิบว่าช่วงฤดูทุเรียนที่ตลาดสี่มุมเมืองเขารวมทุเรียนแทบจะทุกสายพันธุ์ในไทยมาไว้ที่นี่แล้ว เช่น หมอนทอง ชะนี ก้านยาว และสายพันธุ์พิเศษ นกหยิบ กระดุม หนามดำ ฯลฯ ใครสายทุเรียนต้องห้ามพลาด ไม่ต้องไปถึงสวนก็ได้กินทุเรียนอร่อยๆ ได้ แต่ต้องรอหน้าทุเรียนน้าาา

โซนตลาดผลไม้ต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะนำเข้าจากจีน มีหลายร้านให้เลือก ทั้งองุ่นเขียว องุ่นแดง ลูกแพร สาลี่เกาหลี แอปเปิ้ล ส้ม (สายพันธุ์ต่างประเทศ) สตรอว์เบอร์รี สำหรับใครที่อยากจัดกระเช้าผลไม้สามารถซื้อผลไม้ต่างประเทศสวยๆ ไปจัดเป็นกระเช้าต้อนรับปีใหม่ก็ได้ หรือจะใช้ผลไม้ไทยที่อยู่โซนตลาดผลไม้ก็ได้เช่นเดียวกัน


มีแต่โซนผักและผลไม้ไม่เห็นมีเนื้อสัตว์บ้างเลย มีค่ะ ที่ตลาดสี่มุมเมืองมีหมูเห็ดเป็ดไก่เหมือนกัน แต่มีไม่เยอะเท่าผักผลไม้ และยังมี โซนตลาดปลา-อาหารทะเล ที่ส่วนใหญ่จะขายช่วงเช้าเป็นหลัก มีทั้งปลาน้ำจืด ปลาทะเล กุ้งแม่น้ำ กุ้งทะเล ปลาแซลมอนก็มี สำหรับใครอยากได้อาหารทะเลสดๆ ที่ไม่อยากไปไกลก็สามารถมาที่นี่ได้ในช่วงเช้า

ที่ตลาดสี่มุมเมืองยังมีอาคารรถผักให้เราเลือกซื้ออีกด้วย เป็นอาคารที่เกษตรกรจากทั่วไทย จะสามารถขายสินค้าได้บนท้ายรถ และเมื่อเราซื้อจากเกษตรกรโดยตรง เราก็จะได้ราคาถูกที่สุดในตลาด แต่ผักที่เราได้จะไม่ได้มีการตัดแต่งเราอาจจะต้องมาตัดราก เด็ดใบที่ใช้ไม่ได้ออกเอง
วัตถุดิบของสดก็ไปแล้ว ของแห้งอย่างข้าวสาร เครื่องปรุง หรือแพ็คเกจ ถุงพลาสติก ก็หาได้ทั่วตลาด ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นตลาดที่นึกอยากได้อะไรก็สามารถหาได้จริงๆ
ใครอยากมาตลาดสี่มุมเมือง สามารถขับรถมาได้ที่ https://maps.app.goo.gl/xt6yzr6ZqbaS2Djb7 เข้าได้ 2 ทาง 1. ด้านหน้าติดถนนพหลโยธิน(ถนนวิภาวดีรังสิต) 2. โซนผักด้านหลัง กำแพงเพชร 6 (ถนนโลคัลโร้ด) ตลาดเปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง หรือสามารถสั่งวัตถุดิบทุกอย่างในตลาดแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.simummuangonline.com/ หรือแอปพลิเคชัน สี่มุมเมืองออนไลน์


