Jinta Homemade Icecream ร้านไอศกรีมสุดกรีนที่ชวนให้ ‘คิดดี’ และมี ‘ความสุข’

160 VIEWS
PIN

image alternate text
พาไปท้าทายลิ้นด้วยไอศกรีมโฮมเมดรสแปลกจากธรรมชาติ

ในวันที่แดดแรง พานให้ใจร้อนรุ่มอยู่ไม่สุข ร่างกายมันก็เรียกร้องอะไรเย็นๆ มาดับร้อนในใจ เลยพาตัวเองมาถึงย่านพุทธบูชา 29 พบกับร้านไอศกรีมโฮมเมดที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ติดริมถนน แต่บรรยากาศกลับร่มรื่น ประดับประดาด้วยพันธุ์ไม้หลากชนิดสีเขียวขจีตัดกับร้านสีน้ำเงินสดใส ให้ความรู้สึกเย็นสบาย แม้จะยังไม่เดินเข้าร้านเสียด้วยซ้ำ

ก้าวเท้าเข้ามาในตัวร้านเล็กๆ รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นเป็นกันเอง ภายในร้านมีโต๊ะเพียง 3-4 ตัว บริเวณเคาน์เตอร์เต็มไปด้วยเครื่องทำกาแฟ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นมากมาย ที่มองแวบแรกก็รู้แล้วว่า ‘ดีต่อสุขภาพ’ อย่างแน่นอน และไอศกรีมหลากรสชาติ วางเรียงรายอยู่ในตู้ถึงสองตู้ ที่เจ้าของร้านสุดครีเอทีฟ คุณหนุ่ม – เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล ลงมือคิดค้นและรังสรรค์ไอศกรีมทุกรสชาติด้วยตัวเอง โดยใช้วัตถุดิบสดจากธรรมชาติ เพื่อให้ทุกคนได้กินของดีๆ หลังจากนั้นเราก็ได้พูดคุยถึงจุดเริ่มต้นที่มาของจินตะไอศกรีม

jinta
jinta

จากพนักงานประจำคนหนึ่งที่รู้ว่าภรรยากำลังมีเบบี๋ จึงอยากหารายได้เสริม จับพลัดจับผลูมาทำเป็นไอศกรีม ภายใต้ชื่อ จินตะ โฮมเมด ไอศกรีม ที่เป็นชื่อของลูกสาว-น้องจินตา ตั้งจากหัวใจนักปราชญ์อย่าง สุ จิ ปุ ลิ “จิตตะ แปลว่า คิดดี” เขาว่า และเป็นคอนเซ็ปต์ประจำร้าน ‘ไอศกรีมคิดดี’ คือ การใช้พืชผลออแกนิกจากเกษตรกรชาวบ้าน ปรุงแต่งรสด้วยธรรมชาติ เช่น ไอศกรีมมะระชีสเค้ก ไอศกรีมแตงโมปลาแห้ง ไอศกรีมมะนาวพริกขี้หนู รวมถึงรสชาติไทยๆ ที่ยกเอาขนมไทยบ้านเรามาทำเป็นไอศกรีม อย่าง ไอศกรีมครองแครงกะทิสด ไอศกรีมกะทิกล้วยเชื่อม ไอศกรีมขนมบ้าบิ่น เป็นต้น

“ผมตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่ต้นว่า จะทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ในตอนแรก ยังไม่เข้าใจเรื่องอาหารที่ดี ยังคิดว่าไอศกรีมที่ดีจะต้องรสจัด สีชัด ต้องใส่สีผสมอาหารเยอะๆ ใส่กลิ่นสังเคราะห์เยอะๆ กระทั่งมีช่วงที่ได้ไปออกตลาดแนวกรีน มีเพื่อนๆ พี ๆ เกษตรกรเกี่ยวกับอาหารปลอดภัย เขาช่วยแนะนำ และมีโอกาสได้ฟังกรีนทอล์กจากผู้ป่วย เราเลยรู้ว่าคนเราป่วยมาจากการกินอาหาร”

จากร้านไอศกรีมรสชาติทั่วไป ค่อยๆ กลายมาเป็นไอศกรีมรสแปลกใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากธรรมชาติมากขึ้น เพื่อช่วยปลอบประโลมใจลูกค้าให้กินของอร่อยได้อย่างแฮปปี้

“เราเลยหันกลับมามองไอศกรีมของเราที่มันแต่งสีแต่งกลิ่นมาจากวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น จึงคิดที่จะเอาสินค้าจากพี่ๆ เกษตรกรมาแปรรูปเป็นไอศกรีม แรกๆ เขาก็แนะนำให้เริ่มจากเสาวรส เราก็ทำมาเปรียบเทียบกับไอศกรีมเสาวรสที่แต่งสีแต่งกลิ่น พบว่าคนชอบกินไอศกรีมที่ทำจากเสาวรสสดมากกว่า คนไทยชอบกินผลไม้ เขาก็จะรู้ว่ารสชาติผลไม้สดเป็นยังไง หลังจากนั้นก็ทยอยเปลี่ยนไปใช้ผลไม้สด พอตลาดรู้ว่าเราใช้ผลไม้ธรรมชาติมาแปรรูปได้ เขามีอะไรแปลกใหม่ก็จะส่งมาให้ทำ เช่น ฟักข้าว ตะลิงปลิง หรือดอกดาหลา หลังๆ เริ่มมาเป็นธัญพืชและสมุนไพรอย่าง ขิง ข่า ตะไคร้”

jinta
jinta

จุดเริ่มต้นความแปลกใหม่และความท้าทายของรสชาติไอศกรีมยังไม่จบอยู่แค่นั้น เมื่อคุณหนุ่มได้คลุกคลีอยู่ในตลาดสายกรีนมากขึ้น ยิ่งเล็งเห็นพืชผลหลากชนิด ที่ไม่ควรถูกทิ้งไปอย่างเสียเปล่า

“ยังมีพี่ๆ กลุ่มหนึ่งที่ขายผัก ตอนเย็นถ้าผักเหลือ ผักมันก็ไม่สวย ขายไม่ได้แล้ว แต่มันยังกินได้ เราก็อยากเอามาแปรรูป ก็เลยเริ่มทำไอศกรีมผัก รสแรกๆ เป็น ผักโขม ฟักทอง เริ่มเป็น คะน้า สาระแหน่ จนมาเป็นมะระชีสเค้ก ผักชี และทุกๆ อย่างที่เราทำได้”

จากผักขมๆ กลิ่นเหม็นเขียว ฝันร้ายของใครหลายคน กลายมาเป็นไอศกรีมรสหวานเย็นคงไม่ใช่เรื่องง่าย

“จริงๆ แล้ว ทำเป็นไอศกรีมไม่ยาก อยู่ที่ว่าเราจะนำเสนอออกมายังไง ต้องคิดว่ารสชาตินี้อยากนำเสนออันไหน เช่น ไอศกรีมรสคะน้าสาระแหน่ เริ่มจากอยากทำไอศกรีมอะไรก็ได้ที่แทนรสมินต์สังเคราะห์ เลยนึกถึงมินต์ของไทย อย่างสาระแหน่ แรกๆ มีแต่ผู้ใหญ่ที่ชอบ หลังๆ มานี่เด็กบางคนก็กินเป็นประจำ แต่โจทย์ที่ยากก็คือ ผักที่มีรสขมหรือกลิ่นฉุน เช่น มะระ ผักชี เราก็ต้องเลือกรูปแบบการนำเสนอ เช่น มะระก็เอามาผสมกับชีสเค้ก ให้กินง่ายขึ้น ส่วนผักชี ผมใช้ส่วนรากทำเป็นไอศกรีม ใบทำซอส เป็นรูปแบบใหม่ให้คนได้ลองรสชาติไทยๆ หน่อย”

กว่าจะออกมาเป็นไอศกรีมรสอร่อยให้เราได้ชิม ผ่านขั้นตอนเลือกสรรวัตถุดิบ กระบวนการคิดสุดครีเอตจากเจ้าของร้านอย่างไม่รู้จบ อาศัยการจำ ทำซ้ำ ผสมผสานไปกับจินตนาการ ให้ได้ไอศกรีมที่ดีที่สุด ให้สมชื่อ ‘จินตะ’

“คิดมานานแล้วที่อยากเอาต้นหอมมาทำไอศกรีม เริ่มแรกผมเอาต้นหอมไปปั่นกับกะทิโดยตรง รสชาติมันก็เป็นขนมครกหน้าต้นหอมนะ แต่ยังรู้สึกขาดๆ เกินๆ อยู่นิดหน่อย เผอิญไปยืนหน้าเตาขนมครก เห็นว่ามันมีขอบไหม้ๆ เลยกลับมาลองทำให้กะทิมันไหม้ก้นหม้อนิดๆ ออกมาเป็นไอศกรีมรสขนกครกอย่างที่ตั้งใจไว้” ได้ฟังคุณหนุ่มเล่าแล้วก็แอบทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ของเขาอยู่ไม่น้อย

jinta
jinta
jinta

ด้วยระยะเวลาทำไอศกรีมมานานถึง 10 ปี และทดลองมานับร้อยนับพันครั้ง ตอนนี้รสชาติไอศกรีมจินตะมีมากถึง 120 รส ทั้งไอศกรีมทั่วไป ไอศกรีมผลไม้และผักต่างๆ จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนวางขายหน้าร้านราวๆ 30 รสชาติ ปะปนทั้งรสชาติขายดีที่จะมีเกือบทุกวัน และลูกเล่นรสชาติใหม่ๆ ไว้นำเสนอลูกค้าจะได้ไม่เบื่อไปเสียก่อน

จินตะไอศกรีมดูจะไม่หยุดคิดค้นเพิ่มเติมแปลกใหม่อยู่เสมอ เพราะในปี 2567 นี้ จินตะจะมาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘จินตะ ไอศกรีมคิดดีและมีความสุข’ ที่มีแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนพ้องของเขา “ผมมีเพื่อนเยอะมาก และเพื่อนของเราก็มีของดีเยอะมาก ปีนี้จึงจะแอดเฟรนด์เพิ่มมา 12 เดือน นำเสนอของดีของเพื่อน 12 คน ที่เราจะมาทำเป็นไอศกรีม” คุณหนุ่มเล่าให้เราฟังอย่างตื่นเต้น ฉันเองก็อดไม่ได้ที่อยากรู้ว่าแต่ละเดือนจะมีรสชาติพิเศษอะไรบ้าง

เดือนมกราคม เป็น ไอศกรีมรสเห็ด จาก โอมากาเห็ดลุงรีย์

เดือนกุมภาพันธ์ เป็น ไอศกรีมรสมะพร้าว จาก มะพร้าวลุงวิทยา

และเดือนอื่นๆ ที่ยังเป็นความลับ เพราะอยู่ในขั้นตอนคิดค้นให้เราได้แอบลุ้นและเฝ้ารอการเปิดตัวเมนูน้องใหม่ไปพร้อมกัน

หลังจากได้ฟังเรื่องราวความพิเศษของไอศกรีมจินตะมาสักพัก ก็อดไม่ไหวที่จะลิ้มลองรสชาติไอศกรีมที่ฉันเองก็นึกไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร จะอร่อยไหม หรือจะขมปี๋เหมือนผักตามชื่อเมนูกันแน่

ไม่ต้องรอให้คิดไปเอง ไอศกรีมถ้วยแรกก็มาเสิร์ฟถึงที่ ราคาเริ่มต้นที่สกู๊ปละ 85 บาท มีทั้งแบบถ้วย ถ้วยซันเดย์ และโคน (ทำเอง) หรือใครจะซื้อกลับบ้านก็มีให้เลือกหลายขนาด อีกทั้ง ยังมีโปรโมชั่นพิเศษให้ติดตามได้ที่หน้าร้าน

jinta

ไอศกรีมแตงโมปลาแห้ง (WATERMELON SORBET)

ไอศกรีมเนื้อซอร์เบต์เกล็ดละเอียด รสแตงโมเข้มข้น หวานฉ่ำ หอมสดชื่น สมกับที่ใช้แตงโมจริงจากธรรมชาติ โรยด้วยปลาแห้งคั่ว ใช้ปลาช่อนแดดเดียวที่ผ่านการคั่วเองทุกขั้นตอน เมื่อตักเข้าปากกินด้วยกันแล้ว ได้เป็นรสชาติเมนูชาววังอย่างแตงโมปลาแห้งจริงๆ เหมาะเป็นไอศกรีมที่ควรกินในหน้าร้อนของประเทศไทยมากๆ

ไอศกรีมสับปะรดพริกขี้หนู (SPICY PINEAPPLE SORBET)

ไอศกรีมสับปะรดเนื้อเนียนละเอียด รสเปรี้ยว หวาน เค็มนิดๆ แทรกด้วยรสเผ็ดเล็กน้อยที่มาจากพริกขี้หนู (ใช้สับปะรดปั่นกับพริกขี้หนูจริงๆ) กินแล้วให้อารมณ์เหมือนกินสับปะรดจิ้มพริกเกลือยังไงยังงั้น ทีมงานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย สดชื่น เหมาะกับแดดยามบ่ายเสียเหลือเกิน

jinta

ไอศกรีมมัทฉะผักเคล (MATCHA GREEN KALE)

ไอศกรีมเนื้อแน่นสีเขียวสุดเข้มข้นทั้งจากมัทฉะและผักเคล เมื่อได้ลิ้มลองบอกเลยว่า คนเกลียดผักกินได้สบายมาก มัทฉะโดดเด่นจนแทบไม่ได้กลิ่นของผักเคล รสหวาน มัน กินได้เพลินๆ ใครสายชาเขียวแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ

ไอศกรีมฟักทอง (MINI TIGER)

ไอศกรีมฟักทองเนื้อแน่นหนึบ มาในชื่อ MINI TIGER ด้วยสีเหลืองตลัดสลับกับซอสช็อกโกแลตสีดำ (คิดว่าให้อารมณ์คล้ายลายเจ้าเสือตัวน้อย) รสฟักทองเข้มข้น มัน หวานนวล กลิ่นฟักทองชัดขึ้นจมูก คล้ายกำลังกินฟักทองอบกรอบ บวกกับถั่วที่โรยมาด้านบน ช่วยเพิ่มสัมผัสให้ได้เคี้ยวกรุบกรับ ถูกใจทีมไอศกรีมใส่ถั่วสุดๆ

jinta

ไอศกรีมกระเจี๊ยบโยเกิร์ต กับ ช็อกโกแลตบานอฟฟี่พาย

(ROSELLE YOGURT & CHOCOLATE BANOFFEE PIE)

อยากลองแบบสองรสชาติในถ้วยเดียว ทางร้านก็มีให้แบบถ้วยซันเดย์ เลยต้องขอลองเสียหน่อยกับไอศกรีมกระเจี๊ยบโยเกิร์ตเนื้อนุ่มเนียน สีชมพูออกม่วง รสเปรี้ยวหวานจากกระเจี๊ยบผสานกับรสเปรี้ยวจากโยเกิร์ตอย่างลงตัว กลิ่นกระเจี๊ยบหอมชัด ใครชอบกระเจี๊ยบต้องถูกใจ ก้อนด้านล่างเป็นไอศกรีมขวัญใจเด็กอย่าง ช็อกโกแลต
บานอฟฟี่พาย ช็อกโกแลตเข้มข้น หอมกลิ่นกล้วยจากบานอฟฟี่พายเตะจมูก รสหวาน มัน แบบไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ทุกคนคงรู้เป็นอย่างดี เป็นเมนูที่น่าจะครองใจทุกเพศทุกวัย

ระหว่างนั่งกินสังเกตเห็นลูกค้าเข้าออกอยู่เสมอ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ไม่มีใครอิดออดที่จะกินไอศกรีมผักเหล่านี้แม้แต่น้อย หลายคนซื้อกลับไปเป็นของฝาก ทีมงานเองก็ซื้อติดมือกลับออฟฟิศเช่นกัน ปกติเราไม่ชอบรสชาตินี้เพราะเคยเจอคนที่ทำมาแล้วมันขม แต่ถ้าลองกินนิดๆ หน่อยๆ ดูก่อน แล้วยิ่งโตมาเรากินผักเป็น เราเข้าใจประโยชน์ของผักที่ได้รับจากมัน เราอาจจะกินได้เยอะขึ้น และหลากหลายขึ้น คุณหนุ่มว่า

ดังนั้น ไอศกรีมอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใครหลายคนเปิดใจ เปลี่ยนความคิดที่มีต่อผักได้มากยิ่งขึ้น

เรื่อง สุจินันท์ เอกชีวะ

jinta

Jinta Homemade Icecream

พิกัด: พุทธบูชา 29

เปิด-ปิด: 8.30-18.30 น. (ทุกวัน)

โทร: 087-3180057, 088-6961112

FB: Jinta Homemade Icecream

IG: jinta_homemade_icecream

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS