INGREDIENTS
METHOD
1. เตรียมกระทงใบเตยโดยเลือกใบเตยที่มีความกว้างประมาณ 1 นิ้ว ใช้ใบที่ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไปใช้กรรไกรหรือมีดตัดใบเตยให้ยาวชิ้นละประมาณ 15 ซม. แล้วตัดแบ่งเป็น 5 ส่วนเท่าๆกัน (ตัดจากขอบใบถึงเส้นกลางใบ) แล้วนำใบเตยสอดขัดกันให้เป็นกระทงทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เย็บตรงมุมกระทงด้วยด้ายสีเขียวให้กระทงยึดติดกัน เรียงใส่ถาดประมาณ30 กระทง เตรียมไว้
2. ล้างซาวข้าวเหนียว 2 ครั้ง แล้วนำไปแช่น้ำให้น้ำสูงจากข้าวประมาณ 3 ซม. ใส่สารส้ม คนให้ละลาย แช่ข้าวเหนียวอย่างน้อย 3 ชั่วโมงขึ้นไป สารส้มจะช่วยให้ข้าวเหนียวสุกใสเป็นเงา เมื่อแช่ข้าวเหนียวจนครบตามเวลาให้เทน้ำที่แช่ข้าวแล้วล้างข้าวผ่านน้ำหลายๆครั้งอย่างเบามือจนกว่าน้ำจะใส ใส่ข้าวเหนียวลงในกระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ
3. ทำข้าวเหนียวมูนโดยใส่น้ำในหม้อลังถึงประมาณ 3/4 ของลังถึง ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางจนน้ำเดือด จึงใส่ข้าวเหนียวที่พักไว้ลงในชั้นลังถึงที่ปูผ้าขาวบางที่ชุบน้ำหมาด ตลบชายผ้าขาวบางขึ้น นำไปนึ่งบนหม้อน้ำเดือดจนสุก นึ่งประมาณ30 นาทีหรือจนกว่าจะสุก (เวลาที่ใช้นึ่งขึ้นอยู่กับความแรงของไฟและระยะเวลาในการแช่ข้าวเหนียว) ใส่ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆลงในอ่างผสม ใส่หัวกะทิ คนให้ทั่ว ปิดฝา รอจนข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิจนเมล็ดข้าวเป็นเงามัน พักไว้ให้เย็น
4. ใส่น้ำตาลลงในอ่างผสมข้าวเหนียวมูนที่ทำไว้ คนให้เข้ากันทั่ว ใส่ลงในกระทะทอง ยกขึ้นตั้งบนไฟอ่อน กวนนานประมาณ 15 นาที ใส่น้ำใบเตย กวนต่อพอเหนียวเป็นยางมะตูม ข้าวเหนียวจับตัวกันดี ปิดไฟ ยกลง
5. ตักข้าวเหนียวใบเตยใส่กระทงใบเตย โรยหน้าด้วยงาขาว จัดใส่จาน
ลักษณะที่ดี
- เมล็ดข้าวเหนียวนุ่มเป็นเงา ไม่เหนียวหรือแฉะ
- รสหวานมันกะทิ หอมกลิ่นใบเตย และมีสีเขียวสวย
ข้อน่ารู้
- แช่ข้าวเหนียวในน้ำที่ใส่หรือแกว่งสารส้ม จะช่วยให้เมล็ดข้าวเหนียวสุกใส ไม่บาน และไม่เละ ถ้าไม่มีสารส้มจะใช้น้ำที่ผสมปูนแดงหรือปูนขาวก็ได้ (ใช้น้ำปูนใสประมาณ 11/2 ช้อนชา) และก่อนนึ่งให้ล้างน้ำจนกว่าน้ำจะใส เพื่อป้องกันรสเฝื่อน
- เวลามูนข้าวเหนียวต้องรีบทำขณะข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆร้อนๆ ข้าวเหนียวจึงจะดูดน้ำกะทิดี ข้าวเหนียวจะเป็นเงานุ่มเป็นเมล็ดสวย ถ้าทำช้าข้าวเหนียวนึ่งจะไม่ร้อนและไม่ดูดน้ำกะทิ ทำให้ข้าวเหนียวมูนแฉะ
- สามารถทำเป็นข้าวเหนียวแก้วสีอื่นๆนอกจากใบเตยก็ได้ เลือกใช้ได้ทั้งสีจากธรรมชาติและสีผสมอาหาร
สูตรอาหารโดย อบเฉย อิ่มสบาย