ชาติตะวันตกหลายชาติมีสลัดมันฝรั่งสูตรเฉพาะของตนเอง สลัดมันฝรั่งสูตรนี้เป็นแบบเยอรมันตอนใต้ ซึ่งมีเอกลักษณ์คือเป็นสลัดมันฝรั่งที่เสิร์ฟร้อน (หรืออุ่น) มีเนื้อหมู (แฮมหรือเบคอน) คลุกร้อนๆกับน้ำสลัดที่ออกรสเปรี้ยวหวาน สลัดมันฝรั่งของเยอรมันทางเหนือจะเน้นใส่มายองเนส รสชาติไม่เปรี้ยวนำ สำหรับชาวเมืองเบียร์แล้ว สลัดมันฝรั่งเสิร์ฟคู่กับไส้กรอกอร่อยๆ เป็นอาหารยอดนิยมในคืนคริสต์มาสอีฟ
กุ๊กฝรั่งกล่าวว่าแซลมอนกับครีมชีสเป็น classic combinations คือเป็นของที่กินคู่กันแล้วเสริมรสกันได้เป็นอย่างดี แซลมอนเป็นปลามันกลิ่นหอม ครีมชีสคือชีสนมวัวที่มีเนื้อนุ่ม หอมมันอร่อย ใช้ประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวาน ที่ง่ายสุดคือใช้ทาขนมปัง โดยเฉพาะขนมปังของชาวยิวที่เรียกว่าเบเกิล (Bagel) ทำโดยการนำแป้งไปต้มก่อนแล้วจึงอบซ้ำ เบเกิลอบใหม่ๆ ทาครีมชีสเยอะๆ โปะด้วยแซลมอน เป็นอาหารเช้าสไตล์ American Jewish ที่นิยมมากในอเมริกาและแคนาดาเรียกว่า Lox and a schmear
ซอสเห็ดเป็นซอสอเนกประสงค์ของครัวฝรั่ง ส่วนประกอบหลักๆก็มี เห็ด เนย ครีม ใส่แป้งเพื่อให้ข้น บางสูตรใส่ไวน์ขาวหรือสมุนไพรแต่งกลิ่นที่ว่าอเนกประสงค์เพราะซอสเห็ดเสิร์ฟกับอะไรก็อร่อย ทั้งเนื้อแกะเนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อวัว เสิร์ฟกับพาสต้าหรือริซอตโต้ก็ได้ รสอูมามิที่ทำให้อาหารอร่อย เกิดจากสารประกอบที่เรียกว่ากลูตาเมต ซึ่งมีมากตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว มะเขือเทศ ชีส กะปิ สาหร่ายคอมบุ ปลาแห้งรวมถึงเห็ดต่างๆ จึงเป็นคำตอบว่าทำไมซอสเห็ดจึงมีรสกลมกล่อมอร่อย
ชื่อ Caesar Salad ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิซีซาร์ผู้เกรียงไกรแต่อย่างใด ผู้คิดค้นสลัดจานนี้บังเอิญมีชื่อว่า Caesar Cardini เป็นชาวอิตาเลียนที่อพยพไปอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อไม่ถึงร้อยปีมานี้เองร้านอาหารของเขามีลูกค้ามาอุดหนุนมากมายจนวัตถุดิบในครัวเริ่มหมดซีซาร์จึงคิดนำเอาเครื่องปรุงที่มีเหลือๆมาทำสลัดเพื่อเสิร์ฟลูกค้า ทั้งผักกาดโรเมน ขนมปังกรูตอง พาร์มีซานชีส ไข่ น้ำเลมอน พริกไทยดำ และซอสวูสเตอร์เชียร์
ในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์เกี่ยวพันกับส้ม ไม่ว่าจะชาติใดภาษาใด ไม่เคยปรากฏว่าส้มเกี่ยวข้องกับสิ่งร้ายๆ สำหรับคนจีน ส้มเป็นผลไม้มงคลในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16-19 ส้มเป็นสัญลักษณ์ของบารมีและความมั่งคั่งตระกูลเศรษฐี Medici แห่งฟลอเรนซ์ มีผลส้มเป็นตราประจำตระกูลการทำสวนส้มในเรือนกระจกเป็นงานอดิเรกของขุนนางและเศรษฐีอังกฤษส้มใช้ทำกับข้าวได้อร่อยมาก ครัวจีนครัวฝรั่งต่างใช้ทั้งเนื้อส้ม น้ำส้ม และเปลือกส้ม มาปรุงอาหาร เพราะมีกลิ่นหอมสดชื่น รสเปรี้ยวหวานอร่อย
คนไทยเรียก Kabocha ว่าฟักทองญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้วฟักทองสายพันธุ์นี้พ่อค้าชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามาในช่วงปี ค.ศ.1540 และปลูกกันอย่างแพร่หลาย ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามอาหารการกินฝืดเคืองอย่างหนัก แต่ชาวญี่ปุ่นรอดชีวิตมาได้ด้วยฟักทองและมันหวาน (sweet potato) ฟักทองญี่ปุ่นเนื้อนุ่มหวานอร่อย มักนำมาต้มกับดาชิ (น้ำซุปปลาญี่ปุ่น) ต้มซีอิ๊ว หรือชุบแป้งทอดทำเป็นเทมปุระ
มีคำกล่าวว่า ถ้าไม่นับกระดาษ ดินปืน และเข็มทิศแล้ว เต้าหู้นับเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวจีน เต้าหู้เป็นโปรตีนจากพืชที่อุดมไปด้วยคุณค่าอาหาร ราคาถูก และสารพัดประโยชน์ เพราะปรุงได้หลากหลายตำรับเหลือเกิน ตำรับนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Agedashi Tofu หรือเต้าหู้ชุบแป้งทอดราดน้ำซอสดาชิสไตล์ญี่ปุ่น แต่ในที่นี้ไม่ใช้เต้าหู้ทอด และปรุงรสน้ำซุปปลาญี่ปุ่นให้เผ็ดเล็กน้อยชวนกิน
ต้นกำเนิดของเทมปุระน่าจะมีที่มาจากสองทาง ทางหนึ่งคือพระญี่ปุ่นสมัยก่อนศตวรรษที่ 17 ท่านฉันแต่อาหารเจ จึงคิดเอาผักมาทอดน้ำมันบ้างว่าบาทหลวงโปรตุเกสและสเปนเดินทางมาถึงเกาะญี่ปุ่นและดัดแปลงเอาปลา กุ้ง และผัก มาชุบแป้งทอด เพราะข้อห้ามทางศาสนาที่มิให้บริโภคเนื้อสัตว์ใหญ่ในวันศุกร์ (วันที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน) อย่างไรก็ตามในยุคนั้นน้ำมันทอดราคาแพง โดยเฉพาะน้ำมันงา มีพ่อค้าหัวใสนำน้ำมันพืชที่ราคาถูกกว่ามาผสมน้ำมันงาเอาไปทอดเทมปุระ ปรากฏว่าอร่อยถูกใจ ตั้งแต่นั้นมาร้านเทมปุระจึงใช้น้ำมันผสมในการทอด
โอซาก้าและฮิโรชิมาเป็นสองเมืองที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่อง Okonomiyaki หรือพิซซ่าญี่ปุ่น/แพนเค้กญี่ปุ่นตามแต่จะเรียก แพร่หลายมากในญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แม่บ้านที่ต้องหาเลี้ยงชีพเพราะสามีเสียชีวิตในสงครามต่างเปิดร้านเล็กๆขายแพนเค้กกะหล่ำปลี มีราคาไม่แพง เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจหลังสงคราม ต่อมาพัฒนาสูตรมาใส่เนื้อสัตว์ ตำรับโอซาก้าใส่กะหล่ำปลีและเนื้อหมูสามชั้น (สูตรดั้งเดิมใช้หมูสับ) มีปลาหมึก กุ้ง ไก่ หรือแม้แต่กิมจิ พ่อครัวฮิโรชิมาจะใส่บะหมี่ปรุงรส โปะด้วยแผ่นไข่ กะหล่ำปลี และเนื้อสัตว์ กินรวมกันแล้วอร่อย
ซูชิเป็นอาหารยอดนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เริ่มตั้งแต่เป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่นสมัยโบราณ พัฒนามาเป็นสตรีทฟู้ดยุคแรกๆของญี่ปุ่น แต่ยังใช้อาหารทะเลปรุงสุก จนกระทั่งพ่อครัวซูชิลองใช้ปลาดิบ ปรากฏว่าได้รับความนิยมเรื่อยมา ช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ซูชิข้ามน้ำข้ามทะเลไปโดนใจอเมริกันชน และถูกปรับปรุงเป็นซูชิโรลแบบฟิวชั่น เน้นสีสันและรสชาติแปลกใหม่ แถมยังข้ามฟากกลับไปเป็นเทรนดี้ซูชิขายคนญี่ปุ่น เรียกว่า American style sushi
เนื้อแกะหมักกับไวน์แดง เกลือ พริกไทย มัสตาร์ด และโรสแมรี ก่อนนำไปย่างให้หอมสุกกำลังดี กินคู่กับซอสสะระแหน่
สเต๊กหมูส่วนสันในหมักด้วยเครื่องเทศอย่างอย่างเกลือและพริกไทย นำไปย่างให้สุกนุ่ม จากนั้นราดด้วยซอสแอปเปิ้ลเปรี้ยวอมหวาน ตัดกันได้ดีกับเนื้อหมู
อกไก่ใครๆอาจจะคิดว่าแห้งไม่อร่อยแต่ขอให้ได้ลองเมนูนี้ รับประกันได้ว่าอร่อยถูกใจเป็นแน่ ด้วยการนำอกไก่มาทุบให้เป็นแผ่นบางๆแต่ไม่บางจนเกินไป จากนั้นหมักด้วยเกลือและพริกไทย ก่อนนำไปชุบเกล็ดขนมปังก่อนที่จะนำไปทอดให้เหลืองกรอบ
เบื่อการกินขนมปังชุบไข่ทอดแบบเดิมๆ เลยลองเอาขนมปังมายัดไส้มอสซาเรลลาชีสก่อนนำไปทอดก็คลุกเกล็ดขนมปังเสียหน่อยให้ขนมปังมีเนื้อสัมผัสที่กรอบนอกแต่ยังนุ่มในและเยิ้มไปด้วสชีส แค่คิดก้น้ำลายไหลแล้ว
เอาหอยเชลล์มาย่างมันง่ายไป ก็เลยลองเอาหอยเชลล์มาพันเบคอนแสนอร่อยและนำไปย่างให้สุกหอม กินคู่กับผักสลัดและน้ำสลัดรสชาติเปรี้ยวๆ รับลองได้ว่าจะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
ขอเรียกเมนูนี้ว่าทะเลรวมทอดกรอบ เพราะมันคือทะเลรวมจริงๆ เป็นการนำเอาอาหารทะเลหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปลา ปลาหมึก นำมาชุบแป้งทอดกรอบที่มีความพิเศษอยู่ตรงที่ผสมสมุนไพรเข้าไปด้วยและนำไปทอดให้ฟูกรอบ ทานกับซอสมายองเนสกระเทียมสูตรเข้มข้น หรือใครอาจจะบีบน้ำเลมอนลงไปนิดหน่อยก่อนกินก็ได้ไม่ว่ากัน


