กระแส ‘รักลำไส้’ ดูแลจุลินทรีย์ และการลดการอักเสบ ทำให้ขิงชอตกลับเป็นไวรอลขึ้นมาในหมู่คนรักสุขภาพ
ขิงชอต (Ginger Shot) คือ น้ำขิงเข้มข้นปริมาณน้อยๆ แบบดื่มรวดเดียวจบ อาจผสมน้ำผลไม้อื่นๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์และรสเปรี้ยวหวานให้กินง่ายขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือความเข้มข้นและความร้อนแรงของขิงต้องชัดเจน ชอตเล็กๆ แก้วนี้จึงไม่ใช่แค่น้ำผักผลไม้ธรรมดา แต่เป็นการสกัดสารสำคัญหรือประโยชน์จากขิงให้ได้มากที่สุด

ประโยชน์ของขิง
บรรเทาอาการหวัด ป้องกันไข้หวัด
ขิงมีวิตามินซีสูง น้ำขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ร่างกายอบอุ่นและขับเหงื่อ
กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ขับลมแก้ท้องอืด
สาร Gingerol ในขิงช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะและลำไส้ กระตุ้นการผลิตน้ำย่อย ช่วยขับลมและแก๊สในร่างกาย รักษาอาการจุกเสียด ท้องอืด ทำให้ระบบย่อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดหัว
สารจินเจอรอล (Gingerol) และโซกาออล (Shogaol) ที่ช่วยบรรเทาและต่อต้านอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ขิงช่วยเพิ่มสารเซโรโทนินในสมองบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้
ช่วยลดการอักเสบในลำไส้
ช่วยป้องกันแบคทีเรีย อีโคไล ซึ่งเป็นต้นเหตุของการท้องร่วง มีสรรพคุณช่วยป้องกันการสะสมของเหลวในลำไส้ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ช่วยลดการอักเสบและสร้างสมดุลย์จุลินทรีย์ในลำไส้
ควบคุมน้ำหนัก ต้านเบาหวาน
กระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย ควบคุมระดับไขมันในเลือด

ควรรับประทานขิงชอตตอนไหน?
– ดื่มตอนเช้าก่อนอาหาร
– วันละ 1 ช็อตประมาณ 30-60 ml
– ถ้ามีโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน ควรเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน
เพราะขิงชอตต้องการกลิ่นและความเผ็ดร้อน จึงต้องใช้ขิงแก่ ไม่ใช่ขิงอ่อน
– ขิงอ่อนมีเฉพาะช่วงกรกฏาคม-สิงหาคม ขิงอ่อนจะรสจะเผ็ดร้อนน้อยกว่า เปลือกสีเหลืองอ่อน ลื่นๆ มันๆ มีต้นอ่อนสีอมชมพูติดมา เมื่อปอกออกเนื้อในสีขาวนวล) นิยมนำไปดอง รับประทานสดเป็นเครื่องเมี่ยงหรือยำ
– ขิงแก่จริงๆ แล้วมีตลอดปีแต่ช่วงที่ดีที่สุดของขิงแก่คือ ช่วงพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ขิงแก่เปลือกสีน้ำตาล เนื้อในสีออกเหลือง รสชาติเผ็ดร้อน จัดจ้าน กลิ่นหอม (มีสารจินเจอรอลเข้มข้นกว่า) จึงนิยมนำมาคั้นหรือต้มเพื่อทำทั้งอาหาร ขนม หรือสกัดทำเครื่องดื่ม

วิธีเลือกและเตรียมขิง
เลือกขิงแก่ เปลือกสีน้ำตาลที่ดูอวบ อิ่มน้ำ ผิวตึง มันวาว ไม่เหี่ยว และเปลือกไม่หนาจนเกินไป มีกลิ่นหอมเผ็ดร้อน พยายามเลือกขิงที่มีปุ่มน้อยจะได้ปอกง่าย ก่อนใช้นำขิงไปล้างให้สะอาด ใช้ช้อนขูดเปลือกขิงจนหมด นำไปล้างผ่านน้ำไวๆ อีกที หั่นขิงเป็นแว่นๆ ให้พร้อมใช้งาน

วิธีเก็บขิงถ้ายังไม่ใช้
ขิงที่ซื้อมา ควรเก็บในที่แห้งอย่าให้โดนน้ำ ถ้ายังไม่ใช้จึงไม่ต้องล้างขิง ให้เก็บไว้นอกตู้เย็นได้เลย ถ้าล้างแล้วให้ซับหรือผึ่งให้แห้งก่อนเข้าตู้เย็นพันด้วยกระดาษทิชชูแผ่นหนาเก็บใส่ถุงซิบล็อคเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาได้ 2-3อาทิตย์ หากนานกว่านั้นขิงจะแห้งฝ่อ น้ำน้อย หรือถ้าโดนความชื้นในตู้เย็นนานๆ จะเน่าในที่สุด

ส่วนผสมขิงชอต
ขิงชอตมีหลายสูตร บางสูตรใส่สับปะรด แอปเปิล แครอท ส้ม แต่แน่นอนรสและกลิ่นขิงต้องเป็นหลัก ปริมาณขิงอย่างน้อยเหมือนสูตรนี้คือ 20%ของน้ำหนักผักผลไม้ทั้งหมด สูตรนี้เราใช้ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ อย่างส้มและสับปะรดมาช่วยให้กินง่ายขึ้น แล้วตัดเค็มด้วยเกลือชมพู บางคนจะใส่มะนาว เลมอน น้ำผึ้งหรือแม้แต่ขมิ้นเพื่อปรุงรสเพิ่มก็ได้เช่นกัน
เรามาเริ่มทำกันเลย อ้อ! ก่อนอื่นเพื่อนๆ ต้องมีเครื่องสกัดเย็นหรือเครื่องแยกกากผลไม้ เพื่อให้น้ำขิงที่ได้ไม่โดนความร้อน สารอาหารจึงสมบูรณ์ที่สุด
หมายเหตุ ปริมาณน้ำขิงที่สกัดได้ขึ้นกับความสดใหม่ของขิงและคุณภาพเครื่องสกัด ถ้าได้ขิงสดใหม่ 100 กรัมจะสามารถสกัดน้ำออกมาได้ 80-90% ของน้ำหนักขิงสดเลยทีเดียว
ขิงชอตทำง่ายในพริบตา
ใส่ขิงหั่นแว่น ส้ม และสับปะรดลงในเครื่องสกัดเย็นทีละชนิด เมื่อคั้นน้ำออกมาแล้ว ปรุงรสด้วยเกลือชมพู คนให้เกลือละลาย

เทใส่ขวดแก้วสะอาด (60ml) แช่ตู้เย็นไว้ก่อนดื่ม ทำให้ดื่มได้ง่ายขึ้น (ดูวิธีทำความสะอาดขวดแก้วก่อนบรรจุอาหารได้ที่ ถนอมไว้ในขวดแก้ว Food Preserving-Canning ) ขิงชอตเก็บในตู้เย็นได้ไม่ควรเกิน 3 วัน




