แกะรอย ‘ป่าในแกง’ เรียนรู้รสถิ่นจันทบุรีผ่านจานแกงป่า

1,011 VIEWS
PIN

image alternate text
แกงป่าเผ็ดร้อน รสลึก หอมสมุนไพรท้องถิ่น  

ถ้าจะมีอาหารสักจานที่บอกเล่าความเป็นจันทบุรี ฉันขอยกให้ ‘แกงป่าเมืองจันท์’ รสชาติเผ็ดร้อนหอมเครื่องเทศสมุนไพรป่า รสลึกและจัดจ้าน ชนิดที่ว่าทำเหงื่อไหลไคลย้อยแต่ความหอมอร่อยก็ทำให้วางช้อนกันไม่ลง รสและกลิ่นเฉพาะตัวนี้มาจากสมุนไพรท้องถิ่นทั้งแห้งและสดอย่างเร่วหอม หน่อกระวาน ดอกผักชีไร่ ดีปลี ฯลฯ เสมือนยกป่ามาไว้ในหม้อแกง ด้วยอากาศชุ่มชื้นตลอดปี จนได้ฉายาว่าเมืองฝน 8 แดด 4 ป่าเขาจึงอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งรวมพืชสมุนไพรนานาชนิด ชาวจันท์จึงนำมาใช้เป็นวัตถุดิบให้รสโอชะในแกงป่าและอาหารท้องถิ่นจันท์

ไหนจะเครื่องประกอบชื่อแปลกที่ใส่มาเพิ่มอรรถรส เคี้ยวกรุบ เคี้ยวหนึบ เช่น สลัดได ขิงแฮ้ง หน่อสำมะรด (หน่อสับปะรด) กะลาอ่อน ลูกกล้วย กินแกงป่าจันท์เลยอร่อยลิ้นตรงนี้นี่ละค่ะ

แกงป่าหากินง่าย ร้านข้าวแกงเกือบทุกร้านในจันทบุรีไม่เคยขาดแกงป่า เมืองเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะสโลว์ไลฟ์ แต่วิถีชีวิตชาวจันท์ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวน ค้าขาย ออกมาใช้ชีวิตตั้งแต่ยังไม่รุ่งอรุณ เลยฝากมื้อเช้าไว้กับร้านข้าวแกง นอกจากอิ่มท้อง รสเผ็ดร้อนในแกงป่ายังให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ารับเช้าวันใหม่ แกงป่าจึงไม่ใช่แค่อาหารถิ่นรสโอชะ แต่ยังบอกเล่าวิถีชาวจันท์แบบหยั่งราก ถ้ามีคนถามว่าไปจันทบุรีต้องกินอะไร แนะนำให้ลองกินแกงป่าเพื่อเข้าถึงรสจันท์ดูสักครั้ง

พริกแกงจากสมุนไพรพื้นถิ่น กลิ่นหอม  

แกงป่าจันท์มีลักษณะเป็นแกงผัดแห้ง น้ำพอขลุกขลิก เนื้อสัตว์จะผัดกับพริกแกงจนเข้าเนื้อ ตัวพริกแกงนิยมใช้พริกขี้หนูเขียวผสมพริกขี้หนูแดงเล็กน้อย เมื่อรวมกับเครื่องเทศสมุนไพรแห้งและสมุนไพรสด หน้าตาแกงป่าจันท์จึงออกไปทางสีเขียวคล้ำอมเหลืองแกมแดง ผิดกับแกงป่าอย่างภาคกลางที่น้ำแกงมาก มีสีแดงจากพริกแห้งหรือพริกจินดาแดง

แต่หากจะให้สาธยายว่าพริกแกงป่าจันท์ใส่อะไรบ้าง คงไม่มีใครตอบคำถามได้ดีไปกว่ามือตำพริกแกง ข้าวแกงร้านหนึ่งที่ฉันกินประจำคือ ‘เจ้น้องแกงป่า’ อยู่ในตัวเมือง คุณลุงจำนงค์เจ้าของร้านเป็นคนตำพริกแกงมือฉมัง คลุกคลีกับแกงป่ามาทั้งชีวิต สูตรที่ร้านเป็นสูตรดั้งเดิมทำกินกันที่บ้าน มีเครื่องเทศหลักเป็นพืชสมุนไพรที่ขึ้นตามป่าเขา และสวนในจันทบุรีที่อากาศชื้น

“พริกแกงเป็นเครื่องสมุนไพรในป่าซะส่วนใหญ่ เราใช้พริกขี้หนูเขียวเป็นหลัก ยี่หร่า เร่วหอม ลูกกระวาน ต้นกระวาน ไพล ขิงแฮ่ง ดีปลี ดอกผักชีไร่ และเครื่องสมุนไพรอื่นๆ รวมแล้ว 50 กว่าชนิด ถ้าเป็นสมุนไพรแห้งจะนำมาคั่วให้หอม โขลกหรือปั่นรวมกันกับของสด แล้วนำไปผัดกับเนื้อสัตว์ สมัยก่อนโน้นก็เป็นสัตว์ป่าหมูป่า เก้ง กวางนี่ละ เดี๋ยวนี้เป็นไก่ เป็ด หมู กวาง (ปัจจุบันเป็นกวางเลี้ยง) ใส่ใบยี่หร่าฉีก กระวานซอย หรือหน่อสับปะรด เป็นสูตรที่ทำกินกันตามบ้านนี่แหละ แต่บางอย่างถ้าหาไม่ได้เขาก็ไม่ใส่กัน เอาว่าได้กลิ่น ได้รสแกงป่าก็พอ แต่ลุงต้องหาให้ได้ ตัวไหนขาดต้องไปหามา รสชาติถึงได้ดั้งเดิม ไม่เปลี่ยน” ลุงจำนงค์ เจ้าของร้านแกงป่าเล่าถึงตำรับพริกแกงประจำร้าน

แกงป่าแต่ละร้านใช้เครื่องเทศสมุนไพรท้องถิ่นหลักเหมือนกัน ต่างกันที่สัดส่วนและความครบเครื่องลดหลั่นกันไปบ้าง สมุนไพรที่ใช้มีมากกว่า 20 ชนิด ไปจนถึง 50 กว่าชนิด หลักๆ เป็นสมุนไพรที่หาได้ในจันทบุรี เนื่องจากเป็นจังหวัดติดชายทะเลที่แวดล้อมด้วยป่าเขาดิบชื้น อันมาจากเทือกเขาจันทบุรีที่ทอดแนวจากเหนือสู่ใต้และเขาสระบาปทางตะวันออก เสมือนทำนบกั้นฝนจากลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดเข้ามา ทำให้ผืนป่า ขุนเขา และตลอดที่ราบเชิงเขา มีความชุ่มชื้น อุดมสมบูณ์ จึงมีพืชสมุนไพรและสัตว์ป่าอยู่มาก

‘เร่วหอม’ เป็นสมุนไพรท้องถิ่นภาคตะวันออก ต้นเร่วขึ้นได้ดีทั้งบนป่าเขาและที่ราบเชิงเขา พบได้ที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด มีกลิ่นหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์ ถ้าจะอธิบายให้พอนึกภาพออก กลิ่นจะคล้ายๆ กับลูกอมแฮ็ก (HACKS) ขาดไม่ได้ในแกงป่าจันท์ เพราะเร่วช่วยดับกลิ่นสาบคาวจากเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี นอกจากแกงเผ็ดยังนิยมใส่ในอาหารจำพวกต้มตุ๋นกับเนื้อสัตว์ เช่น ต้มกับเนื้อ บางบ้านทำพะโล้ก็โยนเร่วใส่ลงไปในหม้อด้วย รวมทั้งตำรับก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง เนื้อเลียง ที่น้ำซุปหวานหอมจากเร่วหอม อันเป็นก๋วยเตี๋ยวประจำถิ่นของที่นี่

สมุนไพรประจำถิ่นอีกชนิดคือ ‘หน่อกระวาน’ ให้กลิ่นหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์ ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ พริกแกงป่าบางร้านก็ตำหน่อกระวานเข้าไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะซอยเส้นใส่เป็นเครื่องประกอบในแกง เรียกแกงกระวาน เป็นแกงป่าที่เผ็ดร้อนจากพริกแกงและหอมเย็นจากหน่อกระวาน เวลาเคี้ยวโดนจะกรุบและมีกลิ่นหอมซ่านิดๆ คนท้องถิ่นคุ้นเคยกับหน่อกระวานเป็นอย่างดี นำไปประกอบอาหารได้ทั้งแกงป่า ผัดเผ็ด ไก่ต้มกระวาน

หน่อกระวานขุดมาทั้งต้น วางขายในตลาดสด

ถ้าได้ลองตลาดสดในจันทบุรี นอกจากอาหารทะเลสดๆ จะได้เห็นสมุนไพรป่าวางขายเรียงราย รวมทั้งหน่อกระวานบางทีมาเฉพาะหน่อ บางร้านก็ขุดกันมาขายทั้งต้น 

กระวานจันท์ หรือชื่อสามัญว่ากระวานไทย (Siam cadamom) เป็นสมุนไพรป่าดิบชื้น ชอบแสงแดดพอรำไร พบมากอำเภอโป่งน้ำร้อน ป่าตะเคียนทอง เขาคิชกูฎ เขาสระบาป และโดยเฉพาะที่เขาสอยดาวถือเป็นแหล่งกระวานไทยคุณภาพดีที่สุดในประเทศ

ในอดีตเร่ว กระวาน สมุนไพรป่ารวมทั้งเนื้อสัตว์ป่า ต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญในการหาของป่าเข้าไปเก็บโดยเฉพาะ‘ชาวชอง’ ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของไทย ตามทิวเขาบรรทัดหรือทิวเขาพนมกระวานในชื่อเขมร กระจายตั้งรกรากอยู่แถบจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด รวมทั้งในจังหวัดไพลินและกัมปอดของกัมพูชา ชาวชองมีวิถีชีวิตอยู่กับป่าหาของป่าดำรงชีพ ทำป่ากระวาน (ปลูกกระวาน) นำมาขายหรือแลกกับข้าวของเครื่องใช้ในเมือง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงนิพนธ์เล่าถึงชาวชองไว้ในเรื่อง ‘ระยะทางเสด็จประพาสเมืองจันทบุรี’ เมื่อวันเสาร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 ปีชวด อัฐศก 1238 (พ.ศ.2419) ความตอนหนึ่งว่า

“เร่วกระวานนั้นมีแถบป่าสีเซน ต่อเขตรแดนกับเมืองพระตบอง มีคนชาติหนึ่ง เรียกว่า ชอง อยู่ในแถบป่าสีเซน พูดภาษาหนึ่งต่างหาก แต่คล้าย ๆ กันกับเขมร ชอบลูกปัดแลของเหลือง เหมือนอย่างกะเหรี่ยงเมืองกาญจนบุรีเป็นกองส่วยเร่ว ส่วยกระวาน ขึ้นเมืองจันทบุรีกับไทยบ้าง ญวนบ้าง ไปเที่ยวเก็บตามเขาแลเนินที่ต่อเขตรแดนและป่าอื่น ๆ อีกมี คือ ป่าน้าเขียว ป่าตะเคียนทอง แลป่าไพลขาว แต่เร่วกระวานนี้พวกส่วยไปเก็บมาส่งครบจำนวน แล้วจึงได้ซื้อขาย มีน้อยไปมาก ฯ (สำเนาพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, เรื่องระยะทางเสด็จประพาสเมืองจันทบุรี ณ วัน 7 ค่ำ ปีชวด อัฐศก 1238)

แกงป่าหนึ่งจาน จึงบอกเล่าวิถีถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างคนกับป่า รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าเมืองจันท์นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

กระวานป่าสู่กระวานพื้นราบ

วิถีป่าชาวชองและคนท้องถิ่นพื้นราบเชิงเขาแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา หลายคนหันมาทำสวนผลไม้ และอีกหลายคนยังยึดอาชีพทำป่ากระวานของบรรพบุรุษไว้ ไม่มีการล่าสัตว์ป่าเหมือนในอดีต ผืนป่าในจันทบุรีได้รับการคุ้มครอง และจัดสรรปันส่วนให้ชาวบ้านลงทะเบียนขึ้นไปทำป่ากระวานแบบเป็นกิจลักษณะ มีอาณาเขตชัดเจน ป่าจึงยังอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสัตว์ป่า โดยเฉพาะเทือกเขาสอยดาวที่ช้างป่าและกระทิงชุกชุม

แกงป่าหนึ่งจานพาเรามาไกลถึงเขาสอยดาวเพื่อคุยกับพี่สุกี้ คนพื้นที่เขาสอยดาวผู้ริเริ่มนำพันธุ์กระวานป่าลงมาสู่พื้นราบเป็นกลุ่มแรกๆ เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์กระวาน พร้อมพาเราเดินดูต้นกระวานที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับเขตอนุรักษ์พืชพรรณสัตว์ป่าเขาสอยดาว

 “เราเองเกิดและเติบโตมากับกระวาน พ่อแม่ปูย่าตายายก็ทำทำป่ากระวานกันบนเขา ทีนี้ช้างป่าและกระทิงบนเขาค่อนข้างชุก เราเลยลองเอากระวานจากป่าสูงมาเพาะพันธุ์ปลูกพื้นราบรอบเชิงเขา ถึงเราจะเข้าใจธรรมชาติของต้นกระวานอยู่บ้าง แต่ก็ยังปลูกไม่ได้ทุกพื้นที่ มันอยู่ที่ดินและอากาศ ถ้าดินไม่ดีกระวานก็ไม่สมบูรณ์

กระวานเป็นพืชเซนซิทีฟมาก ถ้ากระวานบนป่าเราปล่อยโตตามธรรมชาติได้ เพราะฟ้าฝนและดินบนเขาอุดมสมบูรณ์มาก มีซากใบไม้ทับถมกันเยอะ คนที่ยังปลูกบนป่าอยู่ก็ใช้ชีวิตข้างบนเหมือนบ้าน อยู่กันหลายเดือนเสบียงหมดก็ลงมาเอา มีช่วงที่ต้องดูแลคือถางไม่ให้รกและเน้นเก็บเมล็ดกระวาน ประมาณปลายเดือนสิงหาคม-กันยายน ส่วนหน่อมีให้เก็บทั้งปี ยิ่งหน้าฝนยิ่งออกเยอะ ราคาดี กิโลกรัมละ 50 บาท หน้าแล้งอาจจะออกน้อยหน่อยราคาก็สูงขึ้น

“พอเราเอาพันธุ์กระวานมาปลูกข้างล่างเลยต้องทำพื้นที่ให้มีสภาพเป็นป่า ดินต้องดี น้ำต้องพอดี และปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ พวกต้นยาง ต้นผลไม้ได้หมด เขาไม่ชอบแดดจัด และต้องสร้างความชุ่มชื่นให้เขาแบบพอเหมาะ น้ำมากไปก็ไม่ได้”

อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น มีแสงแดดรำไร ต้นกระวานที่พี่สุกี้ปลูกกระจายไว้ทั่วตามใต้ต้นผลไม้ขึ้นเป็นกลุ่มกอ ลำต้นสูงคล้ายข่า ต่างกันที่กระวานต้นใหญ่และใบเขียวเข้มเป็นมันเงา เติบโตได้ดีโดยเฉพาะหน่อกระวาน ส่วนเมล็ดกระวานอาจให้ผลผลิตดีไม่เท่าบนป่า กระวานพื้นราบจึงเน้นเก็บเกี่ยวหน่อกระวานส่งขายตามตลาด ไว้ทำอาหาร

แม้กระวานพื้นราบจะประสบผลสำเร็จแต่ก็ยังปลูกได้ในพื้นที่จำกัด จากสภาพแวดล้อมที่ต้องเอื้ออำนวย พี่สุกี้จึงทดลองปลูกกระวานในแปลงปิด เพื่อควบคุมอุณหภูมิและความชื้น อนาคตอาจได้เห็นป่ากระวานพื้นราบเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่อื่นๆ เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดท้องถิ่นรวมทั้งตลาดต่างประเทศ 

 “คนจันท์นี่ขาดกระวานไม่ได้ ระยองหรือตราดก็มาซื้อกันที่นี่ เพราะอากาศและความสูงทำให้กระวานจันท์สมบูรณ์ ความต้องการของตลาดไม่เคยขาด เราเลยพยายามอนุรักษ์ป่ากระวานไว้ด้วยภูมิปัญญาที่เรามีส่งต่อกันมา แต่ทุกวันนี้ก็ยังต้องเรียนรู้อยู่ เราอยากให้กระวานเติบโตที่อื่นได้ด้วยเลยศึกษามาตลอด เมล็ดกระวานก็เป็นที่ต้องการโดยเฉพาะญี่ปุ่น จีนติดต่อซื้อทุกปี เขาเอาไปทำยา ทำเครื่องหอม แต่เราไม่มีพอขายให้เขา”

ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกกระวาน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลและจัดตั้งเป็น ‘ศูนย์เรียนรู้การเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวพันธุ์กระวาน’ เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรหรือใครที่สนใจอยากเรียนรู้กระวานไทยได้เข้ามาศึกษา มีแปลงกระวานที่เกิดจากการรวมกลุ่มกระจายอยู่รอบ ต.ทรายขาว อ.สอยดาว อยู่ไม่ต่ำกว่า 120 แปลง  

วัตถุดิบจากป่า เขา ทะเล สู่จานแกงป่า

 แกงป่าจันท์เครื่องเยอะ สมัยก่อนไม่ได้มีพริกแกงขาย ต้องโขลกพริกแกงกันเอง จะแกงป่าทีต้องวิ่งกันทั่วบ้าน หาเครื่องสมุนไพรมาทำพริกแกง หาเครื่องมาใส่ลงไปในแกงอีก เดี๋ยวนี้ดีหน่อยมีคนตำพริกแกงขาย ก็หาแค่เครื่องมาใส่ แกงกับหมู กับปลามั่ง ไก่ กวาง ถ้าสมัยก่อนชาวบ้านทั่วไปเขาหาจับอะไรในป่าได้ก็เอามาแกง เดี๋ยวนี้ก็ซื้อเอา”  

ป้ายาวัย 73 ปี เป็นมือตำพริกแกงและเป็นเจ้าของร้านแกงป่าป้ายา อ.ขลุง ที่เรามีโอกาสได้มากิน แกงป่าที่ร้านเป็นแบบตามสั่ง ผัดทีหอมฉุยไปทั่วร้าน ทั้งพริกแกงและเครื่องแกงสดใหม่ตำกันในครัว รสชาติแกงป่าเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอม มีแกงป่าทั้งเนื้อสัตว์บกและทะเล แกงปลากระบาง (ปลากระดูกอ่อนตระกูลปลากระเบน ตัวเล็กกว่า) ถือเป็นจานเด็ด ใครมาก็ต้องสั่ง เลยขอถามไถ่ศาสตร์ในการทำแกงป่าแบบคนจันท์จากป้ายา และพี่เอ๋ลูกสาวที่มารับช่วงต่อเป็นรุ่นที่ 2

“เนื้อสัตว์ที่ใช้มันมีทั้งกวาง หมู ไก่ แล้วก็ทะเล จันท์มันติดทะเลเนาะ เพราะงั้นพวกปลาสดๆ จะมีตลอด อย่างพริกแกงแต่ละร้านก็แตกต่างกันไปบ้าง เพราะเดิมเขาก็ทำกินกันที่บ้านกัน เครื่องสมุนไพรแกงป่าจันท์ค่อนข้างเยอะ สมุนไพรบ้านเรามันมีมาก แต่จะใส่ทุกอย่างไปพร้อมกันไม่ได้ ไม่งั้นกลิ่นรสจะตีกันไปหมด พวกเครื่องสดที่ใส่ไปก็จะเลือกใช้ไม่เหมือนกัน”

นอกจากรสแกงป่าเข้มข้น หอมลึก เสน่ห์หนึ่งที่ทำให้แกงป่าจันท์ไม่เหมือนใคร คือเครื่องประกอบที่ใส่มาเพิ่มอรรถรสตอนเคี้ยว เช่น ความหนึบมันจากลูกกล้วยดิบที่นิยมใส่ในแกงเป็ด หรือกะลาอ่อน ส่วนของเนื้อกะลามะพร้าวผลอ่อนที่ลูกยังเล็ก ให้สัมผัสกรุบ และอีกสารพัดชื่อแปลกที่คนจันท์คุ้นเคยคือสลัดได ขิงแฮ้ง หน่อสำมะรด (หน่อสับปะรด) ซึ่งมีเคล็ดลับในการเลือกใส่ในแกงป่าแต่ละชนิดตามที่พี่เอ๋เล่าให้ฟัง

แกงเป็ดลูกกล้วย

แกงไก่กระวาน – จะใส่หน่อกระวานซอยกับมะเขือพวง กระวานให้กลิ่นและรสชาติหอมเย็น สดชื่น
เนื้อสัตว์อย่างแกงกวาง หมูป่า – จะใช้หน่อสับปะรด สำเนียงจันท์เขาเรียกหน่อสำมะร่ด ไม่มีรสชาติ แต่เคี้ยวแล้วจะให้คววามกรุบกรอบ  

ปลากระบาง – ใส่เครื่องสมุนไพรอย่างหัวกระทือ กลิ่นหอมเข้ม ฉุน คล้ายกับพวกขิงข่า แต่กลิ่นมีเอกลักษณ์กว่า ช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อปลา ใส่ใบยี่หร่าสดลงไปด้วย ให้รสชาติเผ็ดร้อน ดับกลิ่นคาวได้ดี  

ปลาไหลทะเล ปลากระทิง – ใส่ขิงแฮ่งกับสลัดไดมาคู่กัน ขิงแฮ่ง จะคล้ายกับขิงแต่หัวเล็กกว่า เป็นสมุนไพรท้องถิ่น รสเผ็ดร้อน กลิ่นหอมเฉพาะตัวมากดับคาวปลาได้ดี ถ้าไม่มีขิงแฮ่งก็จะใช้ว่านม่วงหรือกระทือดับคาวแทน แล้วก็ใส่สลัดไดซอยลงไปเพิ่มความกรุบกรอบ สลัดไดเป็นพืชคล้ายกระบองเพชรเอามาล้าง ริดหนามออก ซอยเป็นแว่นๆ ใส่

เอกลักษณ์ในแกงป่าทั้งกลิ่นและรส ล้วนมาจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เมืองจันท์จึงรุ่มรวยวัตถุดิบ มีให้เลือกหยิบใช้ทั้งวัตถุดิบจากป่าเขา แม่น้ำ ทะเล เหนือสิ่งอื่นใดคือการเรียนรู้ เลือกสรรสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ปรุงจนกลมกล่อม เป็นปากะศิลป์รสชาติอย่างจันทบูร รู้แบบนี้แล้ว ไปจันทบุรีครั้งหน้า อย่าลืมแวะชิมแกงป่ารสจันท์สักครั้งนะคะ

ภาพโดย ปริญญา ชาวสมุน / พิมพ์ธาดา ปฐมโภคินเสถียร

อ้างอิง:
ชนเผ่าพื้นเมืองชอง โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยhttps://iwgia.org/images/publications/new-
publications/Chong_report_Thailand_synthesis_report_Thai.pdf

นิยตสารครัว ฉบับที่ 38 ปีที่ 4 ปี 2540
แกงป่าเมืองจันท์ https://krua.co/food_story/kaeng-pa-chantaburi
ชนเผ่าของกลุ่มชาติพันธุ์ชอง http://tribalcenter.blogspot.com/2010/05/blog-post_537.html
ขิงแฮ่ง มหัศจันท์แห่งรสชาติ https://chanthaburigastronomy.com

RECOMMENDED ARTICLES
RECOMMENDED VIDEOS