น้ำพริกกะปิ เมนูน้ำพริกเป็นอะไรที่คู่กับคนไทยมานาน ทำง่าย เพียง ห่อกะปิด้วยใบตองนำไปย่างบนไฟอ่อนๆ นำมาตำกับ กระเทียม พริกขี้หนู เเละกุ้งเเห้ง ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง ปรุงรสให้เข้มข้นตามชอบ กินกับผักสด ปลาทูทอด เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ถือว่าเป็นเมนูอิ่มง่ายแถมดีต่อสุขภาพ
เข้าสู่เทศกาลเจด้วยเมนูสุขภาพอย่างน้ำพริกเห็ดหอม รสชาติจัดจ้าน กินกับข้าวสวยร้อนๆและผักเคียง นอกจากเห็ดหอมแห้งแล้วเรายังใช้เห็ดชนิดอื่นๆได้อีก เช่น เห็ดเออรินจิ เห็ดนางฟ้า ฯลฯ
หลายคนอาจจะร้องว่า เห้ย! ทำได้ด้วยรึ! เพราะพูดถึงน้ำพริกอ่อง ส่วนใหญ่คุ้นกับแค่น้ำพริกอ่องหมูหรือน้ำพริกอ่องไก่ แต่ปลากระป๋องก็เอามาทำน้ำพริกอ่องได้โดยที่รสชาติไม่ได้แตกต่างจากน้ำพริกอ่องทั่วๆ ไป แค่อาจจะมีรสชาติและกลิ่นของปลากระป๋องผสมมานิดหน่อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของปลากระป๋องนั่นแหละ แนะนำให้กินกับข้าวสวยร้อนๆ แนมด้วยผักสดต่างๆ (ถ้ายังพอมีติดตู้เย็นอยู่บ้าง) บางทีเมนูนี้อาจจะไม่ได้เป็นแค่อาหารสิ้นเดือน แต่กลายเป็นอาหารจานโปรดกินกันทุกเมื่อไปเลยก็เป็นได้
หลนปลาอินทรี รสชาติกลมกล่อม หอมปลาอินทรีเค็ม เเละกะทิ เเละเครื่องเคราสมุนไพรมากมาย ผัดรวมกันจนได้รสชาติกลมกล่อม
น้ำพริกถือเป็นอาหารหลักๆของหลายๆคน เรามีเมนูน้ำพริกแบบทำง่ายๆได้ที่บ้านมาบอกกัน อย่างน้ำพริกมะขาม โดยใช้มะขามอ่อนในการทำ ตำรวมกันกับเครื่องเคียงและเครื่องปรุงต่างๆอย่างกระเทียม เต้าหู้ยี้ ใบมะขามอ่อน เห็ด ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะนาวนิดหน่อย แค่นี้ก็อร่อยแล้ว
เป็นเมนูเครื่องจิ้มที่ขาดไม่ได้เลยในสำรับชาววัง และมักเสิร์ฟเต้าเจี้ยวหลนกับผักแกะสลักหลายชนิด ชาวบ้านอย่างเราก็ประยุกต์มากินกับผัดสดทั่วไปได้ครับ เรียกว่าเป็นเมนูที่ช่วยเจริญอาหารได้เลยทีเดียว เพราะรสชาติกลมกล่อมหอมมัน กินกับผักสดได้แทบทุกชนิด
น้ำจิ้มปลาย่างรสเค็ม เปรี้ยว เผ็ด หอมกลิ่นปลาย่าง นิยมจิ้มกินกับผลไม้ต่างๆ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ แคนตาลูป สับปะรด แอปเปิลเขียว เป็นต้น ส่วนปลาย่างมีขายแบบป่นเป็นกิโลกรัม และแบบเสียบไม้ เลือกซื้อที่มีกลิ่นหอม เนื้อกรอบ
ใครๆก็ชอบกินน้ำพริกอ่อง รสชาติแบบกลางๆเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนจากเนื้อหมูติดมันมาเป็นเต้าหู้กันดูบ้างก็คงจะอ่อนไม่ใช่น้อย โดยการนำเอาเต้าหู้มาผัดกับมะเขือเทศและเครื่องแกง แทนเนื้อหมู กินกับแคบหมูและผักสด รสชาติเข้ากัน
น้ำพริกหนุ่มใช้พริกหนุ่มเป็นวัตถุดิบสำคัญ พริกหนุ่มอยู่ในตระกูลเดียวกับพริกชี้ฟ้า สีเขียวอ่อนหรือเขียวอมเหลือง เม็ดยาวเรียว รสเผ็ดน้อย คนเมืองนิยมนำพริกที่ยังอ่อน ไม่แก่ ทำเป็นน้ำพริกหนุ่มกินกันในบ้านหรือตามงานบุญต่างๆ คำว่า “หนุ่ม” คำเมืองหมายถึง “อ่อน เยาว์” เครื่องปรุงสำหรับทำน้ำพริกหนุ่มมีไม่มาก คือ พริกหนุ่ม หอมแดง กระเทียม ปลาร้า ทุกอย่างจะทำให้สุกด้วยวิธีหมกหรือเผาในเตาถ่านจนสุก ตำรวมกัน ปรุงรสด้วยเกลือ ความอร่อยของน้ำพริกหนุ่มอยู่ตรงรสและกลิ่นหอมๆจากการหมกหรือเผาพริกหนุ่ม หอมแดง กระเทียม และปลาร้านี่แหละ ยิ่งเป็นน้ำพริกหนุ่มตำเสร็จใหม่ๆจะยิ่งหอมอร่อยเป็นพิเศษ โดยเลือกพริกหนุ่มไม่แก่มาก บ้านใดชอบรสเผ็ดและอยากให้น้ำพริกสีสวยขึ้น จะใช้พริกชี้ฟ้าสีแดงตำผสมลงไปด้วย น้ำพริกหนุ่มมีรสเค็มนำ เผ็ดอ่อนๆ บางตำรับอยากให้มีรสเปรี้ยวจะหมกมะเขือส้ม ลอกเปลือกไหม้ออก หรือใส่มะกอกสุกตำผสม แต่ที่แน่ๆต้องจิ้มกินกับแคบหมู อันเป็นกับข้าวและเครื่องกินแนมของคนเมืองแต้ๆ


