เมลอนปังชาเขียว เนื้อแป้งโดจะหวานๆหอมๆนุ่มๆ คุกกี้โด ด้านบนเป็นรสชาเขียวที่ไม่หวานมาก กรุบกรอบ หวานอร่อย
โดรายากิ เป็นขนมหวานของญี่ปุ่น โดยลักษณะเป็นแพนเค้กสองชิ้นประกบกันและสอดไส้ถั่วแดงกวน โดรายากิส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งสาลีผสมกับเนย ไข่ และนมสด และนำส่วนผสมมาทอดเป็นแผ่นคล้ายแพนเค้ก เมื่อทอดจนสุกเหลืองจะนำมาประกบกัน 2 แผ่น โดยสอดไส้ถั่วแดงกวนน้ำตาลไว้ตรงกลาง ซึ่งลักษณะคล้ายกับอิมางาวายากิ เพียงแต่ว่าไส้ของโดรายากิจะถูกประกบด้วยขนม 2 แผ่น
ขนมปังแกงกะหรี่ หรือ คาเรปังขนมปังที่ไม่ต้องง้อเตาอบขนมปังญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นแนวขนมปังหวาน เอาไว้ทานเล่นระหว่างจิบน้ำชายามบ่าย แต่ขนมปังตัวนี้คนญี่ปุ่นคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้สามารถรับประทานแทนมื้ออาหาร โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างเมนูข้าวแกงกะหรี่กับหมูทอดทงคัตสึที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบกัน โดยเนื้อขนมปังจะห่อไส้แกงกะหรี่ไก่ (สูตรดั้งเดิม) แล้วนำไปชุบไข่และเกล็ดขนมปังก่อนนำไปทอด ทำให้ได้ขนมปังที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนกับกำลังทานข้าวหน้าหมูทอดราดแกงกะหรี่
ขนมชนิดนี้ถือเป็นขนมปราบเซียน แต่ในความยากนั้นกลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจให้คนรักขนมทุกคนอยากที่จะลองทำดูสักครั้งในชีวิต
อย่างสูตรนี้ใช้พิตาชิโอมาทำเป็นไส้ให้มีความหอมมันของถั่ว และมีรสเปรี้ยวนิดๆของครีมชีส
คุกกี้ช็อกโกแลตวอลนัทสูตรนี้ใช้ดาร์กช็อกโกแลตเป็นเม็ดหรือหักเป็นชิ้นๆแทนช็อกโกแลตชิพ เพราะชอบความเยิ้มของช็อกโกแลตแบบชิ้นใหญ่ๆมากกว่า เลือกใช้ถั่ววอลนัทเพราะเนื้อมันและโปร่งเบา กินสบายฟันเข้ากับช็อกโกแลตเยิ้มๆ ที่สำคัญเลือกใช้ดอกเกลือทะเลอย่างดี (อย่างใครมี fleur de selหรือดอกเกลือทะเลของฝรั่งเศสได้ยิ่งดี) เพื่อขับรสชาติช็อกโกแลตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
คุกกี้ทริปเปิลช็อกโกแลตคือใช้ช็อกโกแลต 3 ชนิดได้แก่ ดาร์ก มิล์ค และไวท์ช็อกโกแลตเลย ทำเนื้อคุกกี้คล้ายเวลาเราทำบราวนี แล้วจึงใส่มิล์คและไวท์ช็อกโกแลตเป็นเม็ดๆลงไป เวลากินก็จะเจอช็อกโกแลตทั้งสองชนิดแทรกแซงอยู่ในเนื้อคุกกี้ ผสมคุกกี้โดว์แช่เย็นทิ้งไว้สัก 1 คืนก่อนอบจึงจะดี ก่อนจะอบเอาคุกกี้โดว์ออกมาทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องสัก 30 นาทีเพื่อให้นุ่มลงก่อน แล้วจึงสคูปเป็นก้อนๆเข้าอบ
คุกกี้โอ๊ตมีลไปได้ดีกับผลไม้แห้งอย่างลูกเกด แครนเบอร์รี ยิ่งกับช็อกโกแลตชิพยิ่งอร่อยส่งเสริมกันดีนัก
ใครจะใส่ทั้งสองอย่างเลยก็ได้ คุกกี้โอ๊ตมีลสูตรนี้สามารถผสมไว้ล่วงหน้า เก็บเข้าช่องแข็งได้หลายสัปดาห์ เวลาจะอบ เอามาไว้นอกตู้เย็นให้นุ่ม สคูปใส่ถาด อบตามเวลาปกติ รับรองหอมอร่อยเหมือนเดิม (คุกกี้ที่ผสมแล้วควรเก็บในกล่องปิดฝาให้สนิท หุ้มด้วยพลาสติกแร็ปอีกทีไม่ให้กลิ่นตู้เย็นเข้า)
“ทาร์ตไวท์ช็อกโกแลตราสเบอร์รี” ที่นำเอาไวท์ช็อกโกแลตมาผสมรวมกันกับมัสคาโปร์เนชีส วิปปิ้งครีม และมะนาวเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ตัวไส้มีความหวานมากเกินไป เพิ่มความพิเศษด้วยราสเบอร์รีแยม ด้านฐานล่าง และราสเบอร์รีสดตกแต่งด้านบน ตัวแยมด้านล่างจะช่วยลดทอนความหวานได้ดีของตัวไวท์ช็อกโกแลตได้ดี
เอาใจสายดาร์ก และคอกาแฟ อย่างเมนู “ทาร์ตช็อกโกแลตกาแฟ” ที่นำเอา Dark chocolate 56% มาผสมรวมกันกับกาแฟผงให้ได้กลิ่นหอมกาแฟอ่อนๆและความขมของกาแฟนิดๆ ทำให้เมื่อเวลากินเข้าไปแล้วได้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นคาราเมลที่อยู่ในคัสตาร์ดคาราเมลนั้นเอง ส่วนตัวฐานด้านล่างของไส้นั้นจะโรยด้วยอัลมอนด์คาราเมล ก่อนที่จะใส่ไส้ช็อกโกแลตกาแฟปิดทับด้านบน
เอาใจคนรักชาเขียวกันเต็มๆ ด้วยความเข้มข้นของชาเขียว ตัดกับรสเปรี้ยวอมหวานของไวท์ช็อกโกแลตและครีมชีส จึงทำให้ทาร์ตชาเขียวมีความหอมนวลและแป้งทาร์ตที่มีความกรอบร่วน จึงเข้ากันได้ดีกับตัวไส้ด้านบน
เสน่ห์ของเค้กสไตล์ญี่ปุ่นคือเนื้อเค้กนุ่มเนียนละเอียด เราจึงใช้แป้งเค้กของญี่ปุ่น หรือที่คนทำเค้กเรียกันว่าแป้งไวโอเลต (จากลักษณะถุงแป้งที่เป็นสีขาว-ม่วง) เราใช้เทคนิคการทำเค้กชิฟฟอนเช่นเดิม เเต่ใส่สูตรนี้จะใช้ไข่ค่อนข้างเยอะ และแป้งน้อยเพื่อให้เนื้อเค้กเบา
ขนมหวานสไตล์ฝรั่ง อย่าง “มูสส้มซ่า” โดยนำเอาผลมาขูดเอาแต่เปลือกเก็บไว้ใส่ในเนื้อมูส คั้นเอาแต่น้ำโดยกรองเม็ดออก และผลบางส่วนจะเอาแต่เนื้อมาเก็บไว้เชื่อมในน้ำเชื่อมเพื่อใส่ลงในเนื้อมูสเช่นกัน เนื้อสัมผัสที่ได้จากตัวมูสนั้นจะมีความนุ่มละมุนลิ้น รสชาติจะออกเปรี้ยวๆหวานๆเล็กน้อยหอมกลิ่นผิวส้มซ่าที่ใส่ลงไปในเนื้อมูส และได้รู้สึกถึงเนื้อของส้มซ่าประปรายในเนื้อมูสด้วยเช่นกัน ความพิเศษของมูสส้มซ่าอยู่ที่ฐานด้านล่างที่เป็นเนื้อเค้กและเคลือบด้านข้างด้วยช็อกโกแลตและโรยทับด้วยอัลมอนด์สับหยาบ พอเนื้อมูสเซ็ตตัวก็จะราดด้วยเกลสส้มซ่าให้เคลือบผิวด้านนอกของมูส ก่อนนำไปประกอบร่าง
ซอฟคุกกี้เนื้อสัมผัสคล้ายบราวนี วิธีทำก็เช่นเดียวกัน ละลายดาร์กช็อกโกแลตกับเนยเข้าด้วยกัน ใส่ไข่ไก่ น้ำตาล และแป้งเล็กน้อย ตามด้วยถั่วและช็อกโกแลตเป็นชิ้นๆตามชอบ นำไปแช่ตู้เย็นให้คุกกี้โดว์เซ็ตตัวก่อนแล้วจึงสคูปเป็นก้อน นำไปอบ
เมอแรงก์เนื้อนุ่มๆ ราดด้วยซอสวานิลลารสชาติละมุนลิ้น กินตัดรสชาติกับผลไม้สดรสเปรี้ยว ราดด้วยน้ำผึ้งหรือซอสคาราเมลเล็กน้อย
เลือกใช้แอปเปิ้ลแดงหรือเขียว ก็ได้ในการนำมากวน ปอกเปลือกออกให้หมด ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ผัดแอปเปิ้ลที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆกับนตาลให้แอปเปิ้ลนุ่ม จากนั้นก็นำไปปั่นในเครื่องปั่นน้ำให้ละเอียด แล้วนำมากวนในกระทะให้น้ำในแอปเปิ้ลระเหยออกไปให้หมด จนเนื้อแอปเปิ้ลมีลักษณะเหนียวข้นดี เมื่อได้เนื้อข้นดีแล้วก็ปาดให้บางในถาอที่ลองด้วยกระดาษไขอยู่ แล้วนำไปตากให้แห้งอีกครั้งหรือจะอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 100 องศา สักประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง (เวลานี้กับความข้นของเนื้อแอปเปิ้ล) จากนั้นก็นำออกมาจากเตาอบพักให้หายร้อน เท่านี้ก็จะได้แอปเปิ้ลกวน อร่อยๆไว้กินแล้ว
แยมสตรอว์เบอร์รีเรดเคอร์เรนท์ สำหรับคนที่ชอบแยมเเบบมีผลไม้เป็นชิ้นๆในเนื้อแยม ให้ใช้วิธีการแช่อิ่มผลไม้นั้นๆก่อนเพื่อให้น้ำตาลซึมเข้าเนื้อผลไม้อย่างเต็มที่ เช่นในแยมนี้เราแช่อิ่มสตรอว์เบอร์รีทั้งชิ้นก่อน หรือบางคนจะแช่ทั้งลูกก็ได้เช่นกัน แล้วจึงนำสตรอว์เบอร์รีไปใส่ในแยมที่กวนจนเกือบได้ที่แล้ว เพื่อให้สตรอว์เบอร์รียังคงรูปเป็นชิ้นๆ
Tropical fruit แยมที่รวมเอาผลไม้เมืองร้อนอย่างกล้วยหอม สับปะรด มะม่วง เสาวรสมาอยู่ในขวดเดียวกัน ได้รสชาติแยมที่ลงตัว ความหวานสามารถปรับลดได้ตามความเปรี้ยวหวานของผลไม้ที่นำมากวน
สูตรนี้เป็นการทำแยมแบบไม่ใช้เพคติน อาศัยเพคตินธรรมชาติจากแอปเปิลเขียว วิธีสกัดเพคตินออกจากแอปเปิลทำได้โดยการต้มแอปเปิลกับน้ำประมาณ 30-40 นาทีจนนุ่ม เพื่อให้เพคตินละลายออกมาเป็นเบสของเนื้อแยม แล้วจึงใส่กีวีลงไปกวนทีหลัง เพราะกีวีเป็นผลไม้เนื้อนิ่ม และไม่ควรผ่านความร้อนนานเพราะสีแยมจะหม่นลง
ขนมไอเดียน่ารักๆจากประเทศเกาหลี ไส้ด้านในทำจากมันเทศบดกลิ่นหอมหวาน ปั้นเป็นก้อนแล้วหุ้มด้วยแป้งสูตรพิเศษเพื่อให้คงรูปเป็นหัวมันเทศน่ารักๆ นำไปคลุกกับผงมันม่วงอีกครั้งให้เหมือนของจริงไปอีก
ฤดูกาลนี้เชอร์รีมากมาย ราคาก็ไม่แพงมาก เราจึงควรเอามากวนเเยมเก็บไว้ สูตรนี้ใส่บลูเบอร์รีแช่แข็งเข้าไปด้วย แต่ใครชอบแต่เชอร์รีจะใส่อย่างเดียวก็ได้ หรือจะใส่ผลไม้อื่น ใส่เครื่องเทศอย่างอบเชยเข้าไปด้วยก็ดีไม่น้อย
โดนัทเนื้อนุ่มละมุนแบบเนื้อเค้ก เป็นโดนัทที่ไม่มีส่วนผสมของยีสต์ แต่เปลี่ยนไปใช้ผงฟูแทน อีกทั้งนำไปอบให้สุกในเครื่องทำโดนัทแทนการทอดในน้ำมันอีกด้วย


