ขนม 2 ชนิดนี้มีสูตรแป้งที่คล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันที่อัตราส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เราเลยปรับสูตรแป้งให้เหมือนกันไปเลย เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการทำ สำหรับคนที่อยากทำขาย อยากใช้แป้งเดียวกัน แต่อยากเปลี่ยนเพียงไส้ด้านในก็สามารถทำสูตรนี้ได้เลย
เชฟน่านพาทำขนมโบราณที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นส่วนประกอบหลัก นั่นก็คือ "ข้าวต้มมัด" ที่เป็นขนมไทยที่ทั้งอร่อย อิ่มท้อง วัตถุดิบหาง่าย ตามสวนหลังบ้าน วันนี้เลยได้ใบตองและกล้วยสวยๆ จากสวนบ้านเชฟน่านมาทำ สูตรนี้หวาน มัน อร่อย ทำง่าย
ขนมบ้าบิ่นสูตรทำในเครื่องวาฟเฟิล เนื้อกรอบนอกนุ่มหนึบในหวานมันหอมกะทิ อัดเเน่นด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนเเบบจัดเต็ม รสไม่หวานจนเกินไป กินคู่กับไอศกรีมกะทิเเละซอสกะทิมะพร้าวอ่อน เป็นของหวานเเนวฟิวชั่น ทำง่าย ถ่ายรูปก็สวย
ขนมเปียกน้ำกะทิเป็นทำขนมไทยทำง่ายๆที่บ้าน ที่เราคุ้นกันทั่วไปจะมีเปียกข้าวเหนียว เปียกข้าวโพด แต่เปียกข้าวฟ่างปัจจุบันหากินยาก ทั้งที่จริงข้าวฟ่างมีสรรพคุณหลายอย่าง โดยเฉพาะมีเส้นใยอาหารชั้นดีสูง แคลเซียม แมกนีเซียมและเหล็กในปริมาณที่สูง มีสารแทนนินที่เปลือกหุ้ม ช่วยต้านน้ำตาลในกระแสเลือด ทำให้อินซูลินฮอร์โมนทำงานเป็นปกติ ข้าวฟ่างสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้นตามร้านขายของสุขภาพ หรือออนไลน์ช็อปปิ้งทั่วไป
เมอร์แรงก์แบบไทยๆ รสชาติละมุนของมะพร้าวคั่วช่วยลดทอนความหวานแหลมของเมอร์แรงก์ไปได้อย่างลงตัว รับประทานเป็นขนมหวานหรือของว่างกับน้ำชา เคล็ดลับคือการคั่วมะพร้าวให้เหลืองหอมพอดี อย่าให้แก่ไฟมาก โสมนัสจะสีเข้มและออกรสขม อบโสมนัสเราใช้ไฟต่ำให้เมอร์แรงก์ค่อยๆแห้งจะได้กรอบนาน หากไม่แห้งดี ด้านนอกกรอบแต่ด้านในเวลาเคี้ยวจะติดฟัน
ข้าวเหนียวมูนกลอย รสนุ่มนวล หวานอ่อนๆจากตัวข้าวเหนียวมูนและความหนึบมันจากกลอย โรยด้วยน้ำตาลผสมงาคั่ว เลือกซื้อกลอยทั้งชนิดสดและชนิดแห้งที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดแล้วเรียบร้อย เช่นในสูตรนี้ใช้กลอยแห้งนำมาแช่น้ำจนนุ่ม แล้วจึงนำไปนึ่งพร้อมกับข้าวเหนียวจนสุกแล้วเอามามูนพร้อมกับกะทิ
เมนูขนมไทยอย่างข้าวเหนียวมูนที่เอาไปจับคู่กินกับอะไรก็อร่อย ในเมนูนี้ก็จะเอาใจสายผลไม้อย่างมะยงชิด มาจับคู่กับข้าวเหนียวมูนและไอศกรีมกะทิโรยด้วยถั่วเขียวเลาะเปลือกทอดกรอบๆมัน อร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว
วันนี้เชฟน่านมีเมนูขนมไทยโบราณง่ายๆ ให้เพื่อนๆได้ลองทำกันดู ทีเด็ดอยู่ที่น้ำกะทิครั้งนี้เชฟน่านเลือกใช้ "อัมพวากะทิ 100%" รับรองอร่อยถูกใจกันแน่นอน
ข้าวเม่าคั่วจนพองกรอบกินกับน้ำกะทิ และเครื่องเคียงต่างๆ เรียกว่า “ข้าวเม่ารางน้ำกะทิ” หากได้น้ำแข็งเย็นๆยิ่งเพิ่มความสดชื่น นี่่คือความอร่อยหลากหลายของขนมถ้วยนี้
ขนมไทยโบราณหากินยาก ใช้วิธีการแกะสลักกระเทียมโทนเพื่อเปิดผิว จากนั้นนำไปแช่น้ำเย็นเพื่อลดกลิ่นฉุนเเละความเผ็ดซ่าลง ก่อนนำไปต้มกับกะทิอบควันเทียนหอมๆ เมื่อสุกเเล้วเนื้อจะคล้ายมันแกว เป็นขนมหวานที่พิถีพิถัน กินเเล้วทั้งอร่อยเเละได้ประโยชน์อีกด้วย
หนึ่งในขนมไทยที่เก่าแก่ที่สุดก็เป็นได้ เพราะเป็นอาหารสมัยพุทธกาล มีระบุไว้ในพระวินัยปิฏกถึงประโยชน์ 5 ประการของข้าวยาคู ได้แก่ ช่วยบรรเทาความหิว ความกระหาย ทำให้ลมเดินสะดวก ช่วยชำระล้างลำไส้ และช่วยย่อยอาหาร สมัยก่อนข้าวยาคูทำโดยนำรวงข้าวอ่อนที่ยังเป็นน้ำนมอยู่ มาตำให้เมล็ดแหลก นำไปคั้นเอาแต่น้ำ จะได้น้ำนมข้าวสีเขียว นำมากวนกับน้ำตาลให้พอข้น กินหยอดหน้ากับกะทิหรือมะพร้าวอ่อนก็ได้ ดังนั้นหากจะรับประทานข้าวยาคูนอกฤดูที่รวงข้าวตั้งท้อง จึงมีการใช้ใบต้นข้าวอ่อนหรือแม้กระทั่งใบเตยมาทดแทนกลิ่นและสีเขียวของเมล็ดข้าวอ่อนได้ เพิ่มความใกล้เคียงโดยการใช้ข้าวหอมมะลิมาแช่น้ำแล้วโม่หรือปั่นเป็นแป้งข้าวเจ้าสดเองก็ช่วยรักษารสชาติและแบบฉบับการทำข้าวยาคูแบบดั้งเดิมไว้ได้เช่นเดียวกัน สูตรนี้ใช้ใบข้าวอ่อน ที่หาซื้อจากศูนย์การเรียนรู้ภูกะเหรี่ยง จังหวัดนครนายก หากใครจะใช้ใบเตยแทนก็ได้เช่นกัน
หากได้ถือ ‘กล้วยลอยตาล’ กันคนละไม้สองไม้ กินไป วิ่งเล่นไป เป็นเด็กน้อยตามประสาเด็กแบบที่เขาเล่า คงดูน่าสนุก
ขนมหวานโบราณเก่าแก่จากตพราอาหารงานศพ ใช้ข้าวหมากนำมาต้มกับน้ำตาลทราย ใส่ไข่เเละมะพร้าว หวานมันนวลหอมกลิ่นข้าวหมาก รสคล้ายบัวลอยไข่หวาน เป็นเมนูที่นิยมกินร้อนเพื่อคลายความหนาว
สละลอยแก้ว ขนมไทยที่มีส่วนประกอบของน้ำเชื่อมที่มีความหอมของน้ำลอยดอกมะลิและผลไม้ เป็นขนมที่เสิร์ฟแบบเย็นเหมาะกับอากาศร้อนในเมืองไทยเป็นที่สุด
คัพเค้กน่ารักสไตล์ไทย ทำไม่ยาก อร่อย มีส่วนผสมเพียงไข่เป็ดหรือไข่ไก่ หากใช้ไข่เป็ดจะได้เนื้อขนมที่แห้งกรอบ ดังเช่นขนมฝรั่งกุฏีจีน แต่ใช้ไข่ไก่จะได้เนื้อเค้กนุ่มขึ้นมาอีกขั้น ส่วนผสมตัวเค้กมีเพียง แป้งเค้ก น้ำตาล ไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา (อันนี้เพิ่มเติมเข้ามาตามสมัยนิยม) ส่วนหน้าเค้กตกแต่งง่ายๆด้วยไข่ขาวตีกับน้ำตาลจนฟูเหมือนไส้ขนมเบื้อง วาดด้วยสีให้สวยงามด้วยสีผสมอาหารหรือจะโรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึก
อีกหนึ่งเมนูขนมหวานไทย ที่อยากจะนำเสนอเพราะมะเฟืองเป็นผลไม้รสเปรี้ยว ทำให้หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยชอบ วันนี้เราจะลองหยิบมะเฟืองมาลอยแก้วดู หวานอมเปรี้ยว อร่อยเย็นชื่นใจ
'อินทนิล' ขนมไทยชื่อไพเราะ สมัยนี้หากินยาก อาจจะด้วยบางคนกลายเป็นเรียกว่า 'หยกสด' ทั้งที่แท้จริงแล้ว 'อินทนิล' มาจากชื่อไม้ยืนต้นมีดอกเป็นช่อสีม่วงสด หรือม่วงอมชมพูสวยงาม จริงๆแล้วหยกสดมีวิธีทำเหมือนกันกับอินทนิล เพียงแต่ใช้สีธรรมชาติคนละอย่าง หยกสดใช้สีเขียวจากใบเตย ส่วนอินทนิลได้สีม่วงจากดอกอัญชันบีบด้วยน้ำมะนาว อินทนิลมีจุดเด่นตรงเนื้อขนมนุ่มหนึบลื่นคอ กินกับน้ำกะทิหวานเค็ม หอมกลิ่นอบควันเทียนอันเป็นเอกลักษณ์
เป็นของหวานประเภทลอยแก้ว ผลไม้ตามฤดูกาลเช่น ลิ้นจี่ มะยงชิด ส้มลอยในน้ำลอยแก้วที่ปรุงกลิ่นให้หอมด้วยการใช้น้ำลอยดอกมะลิที่แช่ทิ้งไว้ข้ามคืน ก่อนนำไปเคี่ยวกับน้ำตาล จนได้น้ำเชื่อมที่มีกลิ่นหอม แล้วบีบน้ำส้มซ่าให้กลิ่นหอมเย็นสดชื่นใส่ลงไป นำผลไม้แช่น้ำลอยแก้วทิ้งไว้ข้ามคืนจนซึมเข้าเนื้อ ก่อนกินโรยด้วยถั่วลิสงคั่ว หอมเจียวและขิงอ่อนซอย
ข้าวฟางต้ม ราดด้วยน้ำนมลูกเดือย เสิร์ฟคู่กับแปะก๊วยต้ม ลูกเดือยต้ม เนื้อมะพร้าว ถ้าอยากได้ความหวานสามารถใส่น้ำผึ้งได้เล็กน้อย
ขนมบ้าบิ่น ขนมไทยอย่างหนึ่ง ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับมะพร้าวและนํ้าตาลมะพร้าว นวดส่วนผสมให้เข้ากัน ทำให้สุกด้วยการผิงไฟล่างไฟบน มีลักษณะเป็นชิ้นเล็ก ๆ แบน ๆ เป็นขนมที่มีที่มาจากขนมโปรตุเกสเช่นเดียวกับขนมไทยอีกหลาย ๆ ประเภท
โดยกรรมวิธีในการทำก็เริ่มจากล้างทำความสะอาดดินที่ติดอยู่ที่เปลือกออกให้หมด ให้สะอาดเสร็จแล้วก็ ปอกเปลือกมันออกให้หมด หั่นเป็นท่อน ท่อนละประมาณ 2.5 นิ้ว ไม่ยาวจนเกินไปนัก จากนั้นก็หั่นครึ่งอีกรอบ ก็จะได้ทรงแบบที่เค้าขายตามท้องตลาดทั่วไป จากนั้นก็ล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง ก็เริ่มเคี่ยวได้เลยจ้ะ โดยตั้งน้ำในกระทะบนไฟกลาง ใส่มันลงไปต้มให้มันนุ่มสักเล็กน้อย แต่อย่าพึ่งนุ่มมากนัก ก็สักประมาณ 30 นาที จากนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายลงในหม้อที่มีมันอยู่แล้ว ลดไฟเป็นไฟอ่อน เคี่ยวไปเลยจ้ะ ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เราก็จะได้มันเชื่อมที่ไม่นิ่มจนเกินไป หวานกำลังพอดี ตัดหวานด้วยหัวกะทิเคี่ยวใส่เกลือเล็กน้อย


